CoreWeave บริษัทคลาวด์ที่จุดเริ่มต้นเคยเป็นกิจการขุดเหรียญ Ethereum เจอแรงเทขายอย่างหนักทั้งในฝั่งหุ้นและพันธบัตรช่วงกลางเดือนตุลาคม 2026 จนลากหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI ร่วงตามไปด้วย เรื่องนี้สำคัญเพราะการเปลี่ยนผ่านของ Ethereum ในปี 2022 ที่เลิกใช้ระบบขุด (mining) คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดบริษัทคอมพิวต์รายใหญ่ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นฐานรากของกระแส AI boom
สิ่งที่เกิดขึ้นจริง
ผลตอบแทน (yield) ของพันธบัตรไม่มีหลักประกันบางรุ่นของ CoreWeave พุ่งขึ้นไปแตะราว 15% ในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2026 โดยพันธบัตรรุ่นที่จะครบกำหนดในปี 2031 มียีลด์พุ่งทะลุ 16% ในช่วงสั้นๆ ตามรายงานของ Wu Blockchain ส่วนราคาหุ้นร่วงลงเกือบ 25% ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 16 ตุลาคม 2026 ขณะที่ดัชนี Philadelphia Semiconductor Index ก็สูญเสียมูลค่าไปกว่า 11% ในสัปดาห์เดียวกัน
ด้านผลประกอบการ รายได้ไตรมาสสองปี 2026 ของ CoreWeave อยู่ที่ 2.575 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นราว 112% เทียบปีต่อปี แต่บริษัทยังขาดทุนสุทธิ 626 ล้านดอลลาร์ และมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสุทธิ 640 ล้านดอลลาร์ หนี้สินรวมอยู่ที่ 3.56 หมื่นล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2026 โดย Microsoft คิดเป็นสัดส่วนราว 67% ของรายได้ CoreWeave ในปี 2025 ส่วนภาพรวมตลาดคริปโต ETH ซื้อขายอยู่ที่ 2,332 ดอลลาร์ ลดลง -0.59% ในรอบ 24 ชั่วโมง โดยมีจุดสูงสุด 2,380 ดอลลาร์ และจุดต่ำสุด 2,324 ดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinGecko
ที่มาที่ไป
CoreWeave ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 ภายใต้ชื่อ Atlantic Crypto ซึ่งเป็นบริษัทขุด Ethereum โดย Michael Intrator, Brian Venturo และ Brannin McBee บริษัทกว้านซื้อ GPU ราคาถูกในช่วงตลาดซบเซาปี 2018-2019 ก่อนจะเปิดตัวแพลตฟอร์มคลาวด์ในปี 2020 และเปลี่ยนชื่อเป็น CoreWeave เมื่อ Ethereum ทำการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่เรียกว่า Merge สำเร็จในเดือนกันยายน 2022 ซึ่งเปลี่ยนระบบจาก proof of work เป็น proof of stake บริษัทระบุในเอกสารยื่น IPO ว่าได้เลิกทำเหมืองโดยสิ้นเชิง ก่อนจะเข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq เมื่อเดือนมีนาคม 2025 ด้วยมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์
ในอีกข่าวหนึ่งที่เกิดขึ้นสัปดาห์เดียวกัน OpenAI ระบุว่า AI ของตนสามารถพิสูจน์หักล้าง Exponential Time Hypothesis ซึ่งเป็นข้อสันนิษฐานทางวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ใช้ตัวย่อ ETH เหมือนกัน จนสร้างความสับสนให้นักเทรดบางส่วนในโซเชียลมีเดีย ตามรายงานของ Decrypt
เหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญกับคุณ
สำหรับผู้ถือ ETH ปัญหาของ CoreWeave ไม่มีความเชื่อมโยงทางการเงินโดยตรงอีกต่อไป เพราะเลิกทำเหมืองไปตั้งแต่ปี 2022 แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่ากำลังคอมพิวต์ที่เคยใช้ขุด Ethereum ไหลไปอยู่ที่ไหน นั่นคือกลายเป็นคลาวด์สำหรับ AI ที่ให้บริการ Microsoft, OpenAI, Meta และ Anthropic หากเงื่อนไขสินเชื่อยังคงตึงตัวขึ้นเรื่อยๆ สำหรับกลุ่ม neocloud การลดการใช้จ่ายอาจชะลอการขยายโครงสร้าง GPU ที่นักพัฒนาสายคริปโตบางส่วนพึ่งพาอยู่สำหรับเครื่องมือ AI สำหรับนักพัฒนาที่จับตาความเชื่อมโยงระหว่างคริปโตกับ AI สถานการณ์ตึงเครียดที่ CoreWeave กำลังเผชิญจึงเป็นสิ่งที่ควรติดตาม โดยไม่ขึ้นกับราคา ETH เองที่แทบไม่ขยับในวันนี้
คำถามใหญ่กว่านั้น
หากบริษัทที่กำเนิดจากการขุด Ethereum กลายเป็นศูนย์กลางความเสี่ยงด้านเครดิตของ AI ในวันนี้ อะไรจะเกิดขึ้นกับการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยรวม หากสภาวะสินเชื่อยังคงตึงตัวต่อไป Gartner คาดการณ์ว่าภายในปี 2030 ผู้ให้บริการ neocloud กว่า 80% จะไม่สามารถดำเนินกิจการแบบอิสระได้อีกต่อไป คำถามคือการรวมกิจการ (consolidation) จะทำให้โครงสร้างพื้นฐาน AI มั่นคงขึ้น หรือเป็นเพียงการรวมความเสี่ยงแบบเดียวกับที่นักลงทุนกำลังจับตาอยู่ที่ CoreWeave ในตอนนี้
สิ่งที่ต้องจับตา
ผลประกอบการไตรมาสสามปี 2026 ของ CoreWeave จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจะอยู่ในกรอบที่บริษัทให้แนวทางไว้ที่ 860-940 ล้านดอลลาร์หรือไม่ ส่วนกำลังคอมพิวต์ของ Anthropic ภายใต้ข้อตกลงกับ CoreWeave คาดว่าจะเริ่มเปิดใช้งานในช่วงปลายปี 2026 ขณะที่ทีมนักคณิตศาสตร์อิสระซึ่งนำโดย Ryan Williams ยังคงตรวจสอบข้อกล่าวอ้างเรื่อง Exponential Time Hypothesis ของ OpenAI ต่อไป โดยยังไม่มีกำหนดเส้นตายที่แน่ชัด
บทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน ราคาที่ระบุเป็นเพียงภาพรวม ณ ช่วงเวลาหนึ่งและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่มีส่วนใดในบทความนี้เป็นคำแนะนำให้ซื้อหรือขายสินทรัพย์ใดๆ โปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ
