กองทุน Spot Ethereum ETF ในสหรัฐฯ บันทึกเงินไหลออกสุทธิ 48.08 ล้านดอลลาร์เมื่อวันพุธ ยุติสถิติไหลเข้าต่อเนื่อง 12 วันที่ดึงเงินเข้ามาแล้วถึง 1.62 พันล้านดอลลาร์ การพลิกกลับครั้งนี้มีนัยสำคัญเพราะเป็นการหยุดชะงักครั้งแรกของความต้องการ Ethereum ระดับสถาบันนับตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม และเกิดขึ้นในสัปดาห์เดียวกับที่ Standard Chartered เปิดให้บริการเทรด ETH ระดับสถาบันแห่งใหม่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
เกิดอะไรขึ้นจริง
กองทุน Spot Ethereum ETF มีเงินไหลออกสุทธิ 48.08 ล้านดอลลาร์เมื่อวันพุธ ตามรายงานของ Decrypt ซึ่งเป็นการยุติสถิติไหลเข้าต่อเนื่อง 12 วันที่มีมูลค่ารวม 1.62 พันล้านดอลลาร์ กองทุน iShares Ethereum Trust (ETHA) ของ BlackRock นำโด่งด้านเงินไหลออกด้วยยอด 53.4 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย FETH ของ Fidelity ที่เสียเงินไป 26.2 ล้านดอลลาร์ และ Ethereum Staking ETF (ETHE) ของ Grayscale ที่ไหลออก 23.5 ล้านดอลลาร์ ในทางกลับกัน กองทุน ETH staking ของ BlackRock อย่าง ETHB กลับมีเงินไหลเข้า 52.9 ล้านดอลลาร์ ช่วยพยุงสถานการณ์ไว้บางส่วน ในอีกด้านหนึ่ง Standard Chartered ได้เปิดให้บริการเทรด Bitcoin และ Ether แบบ spot ระดับสถาบันในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมื่อวันพฤหัสบดี กลายเป็นธนาคารที่มีความสำคัญเชิงระบบระดับโลก (G-SIB) รายแรกที่ให้บริการนี้ในภูมิภาค ด้านราคา ETH เคลื่อนไหวอยู่ที่ 2,456 ดอลลาร์ ลดลง 1.54% ในรอบ 24 ชั่วโมง หลังแกว่งตัวระหว่างจุดต่ำสุดที่ 2,435 ดอลลาร์ และจุดสูงสุดที่ 2,544 ดอลลาร์ มูลค่าการซื้อขายในช่วงเวลาเดียวกันอยู่ที่ 19.35 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 299.71 พันล้านดอลลาร์
ที่มาที่ไปของเรื่องนี้
สถิติไหลเข้าดังกล่าวก่อตัวขึ้นตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม โดยได้แรงหนุนจากความต้องการของสถาบันที่ต่อเนื่อง ซึ่งยังส่งผลให้กองทุน XRP มีการไหลเข้าต่อเนื่อง 11 วันคิดเป็นมูลค่าราว 170 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่ทั้งสองสินทรัพย์จะพลิกกลับในวันเดียวกัน ตามรายงานของ Decrypt ในทางกลับกัน กองทุน Bitcoin ETF กลับมีเงินไหลเข้า 101.15 ล้านดอลลาร์ หนึ่งวันหลังจากที่เคยมีเงินไหลออกครั้งใหญ่ที่สุดในวันเดียวนับตั้งแต่ 31 กรกฎาคม การเปิดตัวในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ของ Standard Chartered ต่อยอดจากบริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายน 2024 และข้อตกลงด้านธนาคารกับ CoinMENA เมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งสะท้อนแนวโน้มที่ธนาคารต่างๆ กำลังจัดระเบียบการเข้าถึงคริปโตอย่างเป็นทางการ ก่อนการประชุมตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในวันที่ 15-16 กันยายน
เรื่องนี้สำคัญกับคุณอย่างไร
สำหรับผู้ถือ ETH เงินไหลออกครั้งนี้ไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานแต่อย่างใด เพราะเกิดขึ้นหลังจากสองสัปดาห์ครึ่งของการไหลเข้า และอาจสะท้อนการทำกำไรมากกว่าการเปลี่ยนแปลงความเชื่อมั่น การเติบโตของผลิตภัณฑ์ ETH แบบ staking อย่าง ETHB แสดงให้เห็นว่าสถาบันยังคงต้องการเข้าถึงผลตอบแทนจากเครือข่าย ไม่ใช่แค่ราคาเพียงอย่างเดียว สำหรับนักพัฒนา การเคลื่อนไหวของ Standard Chartered เป็นสัญญาณว่าภาคการเงินดั้งเดิมกำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการกำกับดูแลเพื่อเข้าถึง ETH ในตลาดใหม่ๆ ซึ่งอาจขยายความต้องการของสถาบันในระยะยาว สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป การที่ธนาคารเปิดให้เข้าถึงการเทรด ETH แบบ spot ในวงกว้างขึ้น อาจช่วยลดความยุ่งยากในการเข้าถึงสินทรัพย์นี้โดยไม่ต้องเก็บรักษาด้วยตนเอง
คำถามใหญ่ที่ยังค้างคาใจ
หากเงินไหลออกเพียงวันเดียวสามารถยุติสถิติไหลเข้าต่อเนื่อง 12 วันมูลค่า 1.62 พันล้านดอลลาร์ได้ คำถามคือความกระตือรือร้นของสถาบันที่มีต่อ Ethereum ในช่วงที่ผ่านมานั้น สะท้อนความเชื่อมั่นที่ยั่งยืนมากน้อยเพียงใด หรือเป็นเพียงการจัดวางสถานะระยะสั้นก่อนเหตุการณ์เศรษฐกิจมหภาคอย่างการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของ Fed คำถามนี้สำคัญต่อทุกสินทรัพย์ที่นักลงทุนกำลังจับตาดูกระแสเงินของสถาบัน ไม่ใช่แค่ Ethereum เท่านั้น
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป
จับตาการประชุมตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในวันที่ 15-16 กันยายน ซึ่งอาจปรับเปลี่ยนโอกาสการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน และส่งผลต่อกระแสเงิน ETF ทั่วทั้ง Bitcoin, Ethereum และ XRP นอกจากนี้ยังต้องจับตาว่าเงินไหลออกจาก Ethereum ETF จะต่อเนื่องไปจนถึงสัปดาห์หน้าหรือไม่ และธนาคารอื่นๆ จะทำตามการเคลื่อนไหวของ Standard Chartered ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือไม่ Bonuz จะติดตามกระแสเงินของ ETF ETH และบทบาทของ Ethereum ในภาคสถาบันต่อไป เมื่อมีธนาคารเพิ่มเติมเปิดให้เข้าถึงอย่างถูกกฎหมาย
บทความนี้เป็นข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน ราคาที่แสดงเป็นเพียงภาพรวม ณ ขณะหนึ่งและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่มีสิ่งใดในบทความนี้เป็นคำแนะนำให้ซื้อหรือขายสินทรัพย์ใดๆ โปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ



