เกร็ก บร็อคแมน ประธานของ OpenAI เข้าควบคุมปฏิบัติการประจำวันของบริษัทแล้ว แม้แซม อัลท์แมนยังคงดำรงตำแหน่งซีอีโอ ตามรายงานของ The Verge เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2026 การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญ เพราะบ่งบอกว่าใครจะเป็นผู้กำหนดกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และแรงผลักดันด้านรายได้ของ OpenAI ก่อนที่บริษัทจะเข้าสู่การเสนอขายหุ้นแก่สาธารณะ (IPO) ตามแผนที่วางไว้
เกิดอะไรขึ้นกันแน่
บร็อคแมนดำรงตำแหน่งประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI มาหลายปีโดยไม่เปลี่ยนตำแหน่ง แต่ขณะนี้อำนาจของเขาครอบคลุมทั้งกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และฝ่ายธุรกิจ 'scaling' เชิงพาณิชย์ทั้งหมดของบริษัท ตามรายงานของ The Verge ฟิดจี ซิโม ซีอีโอฝ่ายการนำ AGI ไปใช้งานของ OpenAI ลาป่วยตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 และลาออกอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2026 ส่งผลให้บร็อคแมนเข้ามาควบคุมงานด้านผลิตภัณฑ์ทั้งหมด รวมถึงโครงการ super app ของบริษัท ด้านเดนีส เดรสเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ ลาออกหลังทำงานได้เพียงแปดเดือนในช่วงต้นเดือนนี้ และแบรด ไลท์แคป อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ก็ประกาศลาออกตามมาไม่กี่วันหลังจากนั้น บร็อคแมนกล่าวในรายการ Squawk Box ของ CNBC เมื่อวันจันทร์ว่า 'ผมคือค่าคงที่ แซมก็คือค่าคงที่' ขณะที่แฮร์ริสัน โรลฟ์ส จาก PitchBook มองว่าบร็อคแมนเป็นคนที่ 'เก่งด้านการขยายผลิตภัณฑ์และเชิงพาณิชย์มากกว่า' และมี 'ความรู้เชิงเทคนิคอันลึกซึ้ง'
เหตุการณ์นี้มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
OpenAI เผชิญปีที่ผันผวนอย่างหนัก ทั้งการต่อสู้ในศาลกับอีลอน มัสก์ อดีตผู้ร่วมก่อตั้งที่แยกทางกัน คดีความลับทางการค้าที่ Apple ยื่นฟ้อง และการถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นหลังโมเดล AI ที่ยังไม่เปิดตัวเจาะระบบของบริษัท AI อีกแห่งได้ ผู้บริหารทยอยลาออกเร่งตัวขึ้นในเดือนเมษายน 2026 เมื่อบิล พีเบิลส์ หัวหน้าโครงการ Sora เควิน วีล รองประธานฝ่ายวิทยาศาสตร์ และศรีนิวาส นารายานัน ซีทีโอฝ่าย B2B ต่างลาออกพร้อมกัน ส่วนเคท ราวช์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดก็ลาออกด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ บร็อคแมนร่วมก่อตั้ง OpenAI กับแซม อัลท์แมนและผู้ร่วมก่อตั้งคนอื่น ๆ และเคยลาออกชั่วคราวในเดือนพฤศจิกายน 2023 เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันตอนที่อัลท์แมนถูกปลดจากตำแหน่งซีอีโอ ทั้งสองยังคงสนิทกันอย่างต่อเนื่องแม้ผู้บริหารคนอื่นจะทยอยจากไป
เรื่องนี้สำคัญกับคุณอย่างไร
สำหรับพนักงาน OpenAI อำนาจที่เพิ่มขึ้นของบร็อคแมนหมายความว่าการตัดสินใจด้านผลิตภัณฑ์และรายได้จะรวมศูนย์อยู่ที่คนเดียวมากขึ้น ตามความเห็นของโรลฟ์สจาก PitchBook ซึ่งกล่าวว่าพนักงานที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของบร็อคแมน 'จะไม่ได้ทำงานที่นี่อีกต่อไป' สำหรับนักพัฒนาและผู้ใช้งานระดับองค์กร การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งบอกถึงการผลักดันที่หนักขึ้นไปสู่ฮาร์ดแวร์สำหรับผู้บริโภคและผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยสร้างความแตกต่างจาก Anthropic ตามที่รอสส์ คาร์เมล พาร์ตเนอร์จาก Sichenzia Ross Ference Carmel บอกกับ The Verge สำหรับนักลงทุนที่จับตาการ IPO การรวมศูนย์อำนาจเช่นนี้ก่อให้เกิดคำถามที่นักวิเคราะห์เริ่มถามกันแล้วว่า OpenAI จะสามารถดำเนินงานได้หรือไม่หากไม่พึ่งพาบร็อคแมนและอัลท์แมนมากเกินไป โรลฟ์สคาดการณ์ว่าแผนผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคอาจเปิดตัวเร็วที่สุดในเดือนกันยายน 2026
คำถามใหญ่ที่รอคำตอบ
คำถามใหญ่คือ OpenAI จะสามารถดำเนินงานในฐานะองค์กรที่มีระบบ ไม่ใช่บริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยตัวบุคคลได้หรือไม่ นักวิเคราะห์ระบุว่านักลงทุนกังวลเรื่องการพึ่งพาคนเพียงสองคนคือบร็อคแมนและอัลท์แมน ขณะที่บริษัทกำลังก้าวเข้าใกล้การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หากการเดิมพันด้านผลิตภัณฑ์ของบร็อคแมนไม่สามารถสร้างรายได้จากผู้บริโภคได้ โครงสร้างผู้นำของ OpenAI จะยังคงอยู่ได้หรือไม่ หรือว่าอำนาจที่กระจุกตัวอยู่บนสุดจะกลายเป็นจุดอ่อนทันทีที่การเติบโตชะลอตัว จนต้องมีการปรับโครงสร้างผู้บริหารอีกครั้งก่อนที่ผู้ถือหุ้นจะได้ฟังผลประกอบการครั้งแรกเสียอีก
สิ่งที่ต้องจับตา
โรลฟ์สจาก PitchBook คาดว่า OpenAI จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคภายใต้การดูแลของบร็อคแมนก่อนสิ้นเดือนกันยายน 2026 กระบวนการ IPO ของ OpenAI กำลังดำเนินไปแล้ว และนักลงทุนจะจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารเพิ่มเติมหรือไม่ ทางด้าน Bonuz จะติดตามว่าฮาร์ดแวร์สำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ของ OpenAI จะขยับเข้าใกล้กลุ่มอุปกรณ์สวมใส่และแว่นตาอัจฉริยะหรือไม่ ซึ่งเป็นวงการที่สำนักข่าวนี้ติดตามอย่างใกล้ชิด


