นักวิจัย Anthropic ลาออก เตือน AI อาจฆ่าล้างมนุษยชาติ

By bonuz NewsroomPublished September 10, 2026
Anthropic Researcher Quits, Warns AI Could Kill Us All

นักวิจัยของ Anthropic ที่ใช้ชื่อว่า Coxon ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง พร้อมโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ระบุว่า คนที่กำลังพัฒนา AI อยู่นั้น เชื่ออย่างจริงจังว่าเทคโนโลยีนี้อาจฆ่าล้างมนุษยชาติได้ภายในสิ้นทศวรรษนี้ คำเตือนดังกล่าวถูกนำไปเปรียบเทียบกับภาพยนตร์ The Terminator สะท้อนความกังวลที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในแล็บ AI ชั้นนำ

เกิดอะไรขึ้นจริง ๆ

ตามรายงานของ CoinDesk นักวิจัยที่ระบุตัวตนว่า Coxon ได้ลาออกจาก Anthropic และชี้แจงเหตุผลผ่านโซเชียลมีเดีย X โดยกล่าวว่า "คนที่กำลังสร้าง AI เชื่ออย่างจริงจังว่ามันอาจฆ่าเราทุกคนได้ภายในสิ้นทศวรรษนี้" คำพูดนี้ทำให้หลายคนนึกถึงภาพยนตร์ The Terminator ที่เครื่องจักรหันมาต่อต้านผู้สร้างของตัวเอง อย่างไรก็ตาม รายงานไม่ได้ระบุตำแหน่งงาน ระยะเวลาที่ทำงานที่ Anthropic หรือวันที่แน่ชัดที่ลาออก และทาง Anthropic เองก็ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ใด ๆ ตอบโต้ข้อกล่าวอ้างนี้ ส่วนการตั้งชื่อหัวข้อข่าวที่พาดพิงถึงบทภาพยนตร์ The Terminator นั้นเป็นการใช้คำของ CoinDesk เพื่อสื่อถึงน้ำเสียงคำเตือนของ Coxon ไม่ใช่คำพูดที่ Coxon กล่าวโดยตรง

ที่มาที่ไปของเรื่องนี้

การลาออกครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งเสียงที่เพิ่มเข้ามาในบทสนทนาวงกว้างเกี่ยวกับความเร็วของการพัฒนา AI และความเชื่อมั่นของคนในวงการที่มีต่อเทคโนโลยีที่ตนเองช่วยสร้างขึ้นมา ข้อกล่าวอ้างที่ว่า AI อาจคุกคามการอยู่รอดของมนุษย์ได้ภายในไม่กี่ปีนั้น ถูกนำเสนอในฐานะความเชื่อของคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ระบุชื่อซึ่งกำลังสร้าง AI ไม่ใช่ในฐานะหลักฐานหรือข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ รายงานไม่ได้ให้เหตุผลทางเทคนิคใด ๆ รองรับกรอบเวลาที่กล่าวถึง และไม่ได้ระบุว่ามีคนกี่คนที่เชื่อในมุมมองนี้ ไม่ว่าจะภายใน Anthropic เองหรือที่อื่น ๆ การเปรียบเทียบกับ The Terminator ตอกย้ำให้เห็นว่าบทสนทนาสาธารณะเกี่ยวกับความเสี่ยงของ AI นั้นเริ่มหยิบยืมภาพจากนิยายวิทยาศาสตร์มากขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะอ้างอิงจากเอกสารทางวิชาการ

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคุณ

สำหรับนักพัฒนา การลาออกครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความกังวลด้านความปลอดภัยของ AI มีอยู่จริงแม้แต่ในแล็บชั้นนำ ไม่ใช่แค่เสียงวิจารณ์จากภายนอกเท่านั้น สำหรับผู้ใช้งาน AI ทั่วไป คำถามที่ตามมาคือควรไว้ใจระบบที่สร้างโดยทีมงานซึ่งอาจแอบสงสัยในความปลอดภัยของกรอบเวลาที่ตนเองกำหนดไว้มากแค่ไหน สำหรับนักพัฒนาสาย crypto และ Web3 ที่กำลังผสาน AI เข้ากับผลิตภัณฑ์ รวมถึงอุปกรณ์ AR และแว่นอัจฉริยะที่พึ่งพาโมเดล AI มากขึ้นเรื่อย ๆ นี่คือสัญญาณที่ควรจับตาดูว่าการถกเถียงเรื่องความปลอดภัยจะพัฒนาไปในทิศทางใด ก่อนจะผสานเทคโนโลยีเข้าด้วยกันในระดับที่ลึกขึ้น ส่วนนักลงทุน หากมีคนในวงการออกมาเปิดเผยความคิดเห็นแบบนี้มากขึ้น ก็อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในหุ้น AI และโทเคนที่เกี่ยวข้องกับ AI ได้เช่นกัน

คำถามใหญ่ที่ต้องคิดต่อ

หากคนในบริษัทที่กำลังสร้าง AI เชื่อในใจว่ามันอาจคุกคามมนุษยชาติได้ภายในไม่กี่ปี บริษัทเหล่านั้นมีหน้าที่ต้องชะลอการพัฒนาหรือไม่ ใครควรเป็นผู้ตัดสินใจว่าเมื่อไหร่ที่ความเสี่ยงจากการพัฒนาต่อไปจะมีน้ำหนักมากกว่าผลตอบแทนที่อาจได้รับ และการตัดสินใจนี้ควรอยู่ในมือของคนในบริษัท รัฐบาล หรือประชาชนทั่วไปที่ชีวิตของพวกเขาอาจได้รับผลกระทบจากผลลัพธ์ของเทคโนโลยีนี้ในที่สุด

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป

ยังไม่มีการกำหนดวันที่ชัดเจนว่า Anthropic จะออกมาให้ความเห็นเพิ่มเติมเมื่อไหร่ ส่วนกรอบเวลาที่ Coxon ระบุไว้ว่า "ภายในสิ้นทศวรรษนี้" ชี้ไปที่ปี 2030 โดยประมาณ ซึ่งกลายเป็นจุดอ้างอิงอย่างไม่เป็นทางการสำหรับการถกเถียงเรื่องความเสี่ยงของ AI ต่อไป ทาง Bonuz จะติดตามดูว่าคำแถลงด้านความปลอดภัยของ AI จากคนในแล็บชั้นนำจะพัฒนาไปอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ AI กำลังเข้าไปมีบทบาทมากขึ้นในอุปกรณ์สวมใส่และ AR ที่กำลังเข้าสู่ตลาด

Keep reading