นามบัตรเซ็นชื่อโดย Steve Jobs จากปี 1983 ที่หาได้ยากยิ่ง เปิดประมูลแล้วที่ราคา $70,000 (USD) โดยเป็นเพียงชิ้นที่สองเท่าที่เคยพบว่ามีลายเซ็นจากยุคนั้น ต่อจากชิ้นก่อนหน้าที่เคยขายไปได้ถึง $180,000 (USD) ใครที่ติดตามว่าประวัติศาสตร์วงการเทคโนโลยีถูกตีราคาและซื้อขายกันอย่างไร เรื่องนี้น่าจับตามอง
เกิดอะไรขึ้นจริง ๆ
ตามรายงานของ Tom's Hardware นามบัตรใบนี้ถูกนำขึ้นประมูลบน RR Auction ด้วยราคาเปิดที่ $70,000 (USD) โดยชิ้นนี้ได้รับเกรด Gem Mint 10 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในมาตรฐานการตรวจสอบความแท้และสภาพของสินค้าสะสมแบบ 10 คะแนนที่ใช้กันในวงการเกรดของสะสม ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ปี นามบัตรเซ็นชื่อโดย Steve Jobs ปี 1983 อีกใบเคยถูกประมูลไปในราคาสูงถึง $180,000 (USD) ตามรายงานระบุ การเปิดประมูลครั้งนี้จึงถือเป็นนามบัตรลายเซ็นชิ้นที่สองเท่านั้นจากยุคนั้นที่ปรากฏสู่การประมูลสาธารณะ ทั้งนี้รายงานไม่ได้ระบุคำแถลงจาก RR Auction หรือรายละเอียดว่าการประมูลจะปิดเมื่อใด
ที่มาที่ไปของเรื่องนี้
การขายนามบัตรชิ้นก่อนหน้าที่ทำราคาไปถึง $180,000 (USD) ได้กลายเป็นราคาอ้างอิงสำหรับของสะสมประเภทนี้ไปโดยปริยาย สถิตินี้น่าจะมีผลต่อความคาดหวังของนักประมูลในการตีมูลค่าสินค้าหายากที่เกี่ยวข้องกับช่วงต้นของอาชีพ Steve Jobs ที่ Apple การได้เกรด Gem Mint 10 ช่วยให้ผู้ซื้อมีมาตรวัดความแท้ที่เป็นมาตรฐาน แตกต่างจากการประเมินราคาแบบส่วนตัวทั่วไป ราคาเปิดประมูลครั้งนี้ที่ $70,000 (USD) ยังต่ำกว่าสถิติเดิมอยู่มาก จึงยังมีช่องว่างให้ราคาไต่ระดับขึ้นไปได้ก่อนที่การประมูลจะปิด อย่างไรก็ตาม รายงานไม่ได้ระบุวันปิดประมูล และ RR Auction เองก็ยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์โดยตรง
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคุณ
สำหรับนักสะสม การประมูลครั้งนี้ถือเป็นข้อมูลอีกชิ้นที่สะท้อนว่ามูลค่าของสะสมที่เกี่ยวกับผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีคงอยู่หรือเติบโตขึ้นอย่างไรตามกาลเวลา สำหรับผู้ที่เพิ่งเข้าวงการนี้ เกรด Gem Mint 10 ช่วยให้มีวิธีตัดสินความแท้ที่ชัดเจนขึ้นก่อนเข้าร่วมประมูล ส่วนในมุมของคนในวงการคริปโตและ Web3 กรณีนี้สะท้อนรูปแบบที่คุ้นเคย นั่นคือความหายากที่ผ่านการตรวจสอบแล้วเป็นตัวขับเคลื่อนการค้นหาราคา ไม่ต่างจากที่แหล่งที่มาและการเกรดมีบทบาทในโลกของสินค้าสะสมดิจิทัลและ NFT นักพัฒนาที่ทำงานด้านการแปลงสินทรัพย์จริงให้เป็นโทเคน (tokenized real-world assets) อาจมองว่าการประมูลนี้เป็นสัญญาณเล็ก ๆ แต่มีนัยสำคัญ เพราะของสะสมทางกายภาพที่มีระบบตรวจสอบความแท้ที่แข็งแรง คือสินทรัพย์ประเภทที่แพลตฟอร์มโทเคนไนเซชันต้องการนำเข้าสู่ระบบบล็อกเชน หากปัญหาด้านกฎหมายและการดูแลรักษาสินทรัพย์ (custody) ได้รับการแก้ไข
คำถามใหญ่ที่ตามมา
หากการตรวจเกรดและยืนยันแหล่งที่มาสามารถกลายเป็นมาตรฐานสำหรับของสะสมทางกายภาพได้แล้ว จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อกระบวนการตรวจสอบแบบเดียวกันนี้ย้ายไปอยู่บนบล็อกเชนอย่างสมบูรณ์? การแปลงของหายากอย่างนามบัตรใบนี้ให้เป็นโทเคนจะทำให้ตลาดโปร่งใสขึ้นจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการแปลงเกมความหายากแบบเดิมที่นักสะสมเล่นกันอยู่แล้วให้อยู่ในรูปดิจิทัล? คำตอบของคำถามนี้อาจกำหนดทิศทางว่าคนรุ่นต่อไปจะซื้อขายชิ้นส่วนประวัติศาสตร์เทคโนโลยีที่จับต้องได้กันอย่างไรในอนาคต
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป
รายงานไม่ได้ระบุวันปิดการประมูลครั้งนี้ไว้ ควรติดตามหน้ารายการประมูลของ RR Auction เพื่อดูความคืบหน้าของราคาขายสุดท้าย หากราคาประมูลไต่ขึ้นเกินสถิติเดิมที่ $180,000 (USD) คาดว่าจะมีความสนใจเพิ่มขึ้นอีกครั้งต่อของสะสมยุคแรกของ Apple ทาง Bonuz จะติดตามต่อไปว่าการประมูลลักษณะนี้และการประมูลอื่น ๆ ที่คล้ายกันจะเชื่อมโยงกับกระแสการพูดถึงของสะสมแบบโทเคนและการยืนยันแหล่งที่มาที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างไร



