การสอบสวนคริปโตของสภาคองเกรสสหรัฐฯ ขยายวงกว้างขึ้นอีกขั้น เมื่อ Comer เรียกร้องให้ Crypto.com, Hyperliquid และ PredictIt ส่งมอบเอกสารเกี่ยวกับการตรวจสอบตัวตนผู้ใช้และบันทึกการเทรดที่น่าสงสัย การขยายขอบเขตครั้งนี้สำคัญเพราะสะท้อนว่าสภาคองเกรสกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดว่าแพลตฟอร์มคริปโตและตลาดพยากรณ์ต่างๆ ตรวจจับการซื้อขายโดยใช้ข้อมูลภายในอย่างไร
เกิดอะไรขึ้นจริง
ตามรายงานของ The Block การสอบสวนที่ขยายวงของ Comer ต้องการเอกสารเกี่ยวกับบุคคลภายในภาครัฐ การเทรดของพนักงาน และรายงานกิจกรรมที่น่าสงสัย โดยพุ่งเป้าไปที่สามแพลตฟอร์ม ได้แก่ Crypto.com ซึ่งเป็นเอ็กซ์เชนจ์แบบรวมศูนย์ Hyperliquid แพลตฟอร์มอนุพันธ์แบบกระจายศูนย์ และ PredictIt ตลาดพยากรณ์ทางการเมือง Comer ต้องการให้แต่ละบริษัทชี้แจงวิธีการยืนยันตัวตนผู้ใช้ และวิธีตรวจจับการเทรดที่น่าสงสัย รายงานไม่ได้ระบุกำหนดเวลาที่ชัดเจนสำหรับการส่งเอกสาร และไม่ได้เอ่ยชื่อบุคคลภายในภาครัฐที่ถูกตรวจสอบ อีกทั้งยังไม่เปิดเผยว่าแพลตฟอร์มทั้งสามได้ตอบสนองต่อสาธารณะแล้วหรือไม่ คำว่า "ขยายวง" บ่งชี้ว่านี่ไม่ใช่คำร้องขอแรกของ Comer ต่อบริษัทเหล่านี้ แม้แหล่งข่าวจะไม่ได้ลงรายละเอียดขอบเขตเดิม
ที่มาที่ไปของเรื่องนี้
ข้อมูลจากแหล่งข่าวเปิดเผยเพียงส่วนเล็กๆ ของเรื่องราวนี้ นั่นคือประโยคที่ระบุว่าการสอบสวนของ Comer ได้ขยายวงกว้างขึ้น โดยไม่ได้อธิบายว่าอะไรเป็นตัวจุดชนวนการสอบสวนครั้งแรก เริ่มต้นเมื่อใด หรือผลการสอบสวนก่อนหน้านี้นำไปสู่คำร้องขอที่กว้างขึ้นนี้อย่างไร สิ่งที่ชัดเจนคือขอบเขตของเรื่อง นั่นคือสามแพลตฟอร์มที่มีโครงสร้างต่างกัน ทั้งเอ็กซ์เชนจ์แบบรวมศูนย์ แพลตฟอร์มอนุพันธ์แบบกระจายศูนย์ และตลาดพยากรณ์ทางการเมือง ต่างต้องเผชิญข้อเรียกร้องเดียวกันเรื่องข้อมูลตัวตนและการเทรด ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้ออกกฎหมายมองเห็นความเสี่ยงร่วมกันในผลิตภัณฑ์คริปโตทั้งแบบที่มีตัวกลางดูแลและแบบไม่มีตัวกลาง ไม่ว่าแต่ละแพลตฟอร์มจะถูกสร้างขึ้นหรือถูกกำกับดูแลอย่างไรในปัจจุบัน
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคุณ
สำหรับผู้ใช้ Crypto.com, Hyperliquid และ PredictIt การสอบสวนครั้งนี้อาจหมายถึงการยืนยันตัวตนที่เข้มงวดขึ้นในเร็วๆ นี้ นักพัฒนาบนแพลตฟอร์มเหล่านี้อาจต้องเผชิญข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ หากสภาคองเกรสผลักดันให้มีกฎการรายงานที่เข้มงวดขึ้น ผู้ถือโทเคนที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มเหล่านี้ควรจับตาแถลงการณ์ว่าบริษัทจะตอบสนองต่อคำร้องขอเอกสารอย่างไร หากคณะกรรมการของ Comer พบช่องโหว่ในการติดตามบุคคลภายใน อาจนำไปสู่กฎหมายใหม่หรือมาตรการบังคับใช้ตามมา สำหรับวงการคริปโตในภาพรวม เรื่องนี้ส่งสัญญาณว่าการตรวจสอบตัวตนและการติดตามการเทรดกำลังกลายเป็นมาตรฐานที่คาดหวัง ไม่ใช่ทางเลือกเสริม แม้แต่กับแพลตฟอร์มกระจายศูนย์อย่าง Hyperliquid
คำถามใหญ่ที่รอคำตอบ
แพลตฟอร์มกระจายศูนย์อย่าง Hyperliquid จะสามารถทำตามมาตรฐานการยืนยันตัวตนแบบเดียวกับที่หน่วยงานกำกับดูแลคาดหวังจากเอ็กซ์เชนจ์แบบรวมศูนย์ได้หรือไม่ โดยไม่สูญเสียการออกแบบแบบไร้การอนุญาตที่ดึงดูดผู้ใช้ตั้งแต่แรก คำตอบนี้อาจกำหนดทิศทางว่า DeFi จะยอมรับการกำกับดูแลได้มากแค่ไหนต่อจากนี้ และตลาดพยากรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองจะดำเนินงานได้โดยไม่ถูกภาครัฐจับตาการเทรดทุกรายการอย่างลึกซึ้งหรือไม่ คำถามนี้อยู่ใจกลางของยุคกำกับดูแลคริปโตขั้นต่อไป
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้
The Block รายงานเรื่องการสอบสวนนี้เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2026 โดยยังไม่มีการเปิดเผยกำหนดเวลาสาธารณะสำหรับคำร้องขอเอกสาร ควรจับตาการตอบสนองอย่างเป็นทางการจาก Crypto.com, Hyperliquid และ PredictIt รวมถึงประกาศการไต่สวนเพิ่มเติมจากคณะกรรมการของ Comer รายงานในอนาคตควรช่วยชี้แจงว่า "บุคคลภายในภาครัฐ" หมายถึงใครในบริบทนี้ และจะมีชื่อใดปรากฏขึ้นบ้างหรือไม่



