แฮกเกอร์เกาหลีเหนือฟอกเงิน Binance 242 ล้านดอลลาร์

By bonuz NewsroomPublished November 1, 2026
North Korean Hackers Launder $242M Binance Funds

แฮกเกอร์เกาหลีเหนือฟอกเงินที่ขโมยมาจาก Binance มูลค่า 242 ล้านดอลลาร์ (USD) โดยโยกผ่านเครือข่าย Tron นักวิเคราะห์เปิดเผยกับ The Block คดีนี้สำคัญเพราะแสดงให้เห็นว่าแฮกเกอร์ที่มีรัฐหนุนหลังสามารถเคลื่อนย้ายเงินคริปโตที่ขโมยมาข้ามบริดจ์ต่าง ๆ ได้รวดเร็วเพียงใด ซึ่งเป็นบททดสอบเครื่องมือบังคับใช้กฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นขบวนการเหล่านี้

สิ่งที่เกิดขึ้นจริง

นักวิเคราะห์ที่ The Block อ้างอิงระบุว่า แฮกเกอร์เกาหลีเหนือฟอกเงินจำนวน 242 ล้านดอลลาร์ (USD) ที่ขโมยมาจาก Binance โดยโยกเงินผ่านบล็อกเชน Tron รายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 ระบุว่า FBI กำลังกดดัน THORChain เกี่ยวกับบทบาทในการจัดการเงินผิดกฎหมายดังกล่าว บริดจ์คริปโตทั้งสี่แห่ง ได้แก่ Relay, THORChain, Chainflip และ Symbiosis ได้โยกเงินราว 140 ล้านดอลลาร์ออกจาก Tron โดย Relay รับผิดชอบสัดส่วนมากที่สุด ด้วยยอดเงินที่ประมวลผลถึง 48 ล้านดอลลาร์เพียงบริดจ์เดียว เงิน 140 ล้านดอลลาร์ที่ถูกโยกผ่านบริดจ์ทั้งสี่นี้คิดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของยอดรวม 242 ล้านดอลลาร์ที่ถูกขโมยไป ส่วนที่เหลือถูกรายงานว่าถูกส่งผ่านช่องทางอื่นที่ไม่ได้ระบุรายละเอียดไว้ในรายงาน

ที่มาที่ไป

กลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัฐเกาหลีเหนือมุ่งเป้าโจมตีแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตมาหลายปี โดยมักโยกเงินที่ขโมยมาข้ามหลายบล็อกเชนเพื่ออำพรางที่มาของเงินก่อนจะแปลงเป็นเงินสด Tron กลายเป็นเครือข่ายทางผ่านยอดนิยมเนื่องจากค่าธรรมเนียมธุรกรรมต่ำและความเร็วในการยืนยันธุรกรรมสูง บริดจ์ข้ามเชนอย่าง THORChain เปิดทางให้แฮกเกอร์สามารถแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ที่ขโมยมาระหว่างเครือข่ายต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องผ่านแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนแบบรวมศูนย์ที่สามารถอายัดการโอนเงินที่น่าสงสัยได้ การที่ FBI รายงานว่ากำลังกดดัน THORChain สะท้อนถึงการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์ที่ถูกใช้ในการฟอกเงินขนาดใหญ่ รายงานของ The Block ไม่ได้ระบุว่า FBI เริ่มกดดันตั้งแต่เมื่อใด หรือให้รายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายก่อนหน้านี้ต่อโปรโตคอลดังกล่าว

เหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญกับคุณ

สำหรับผู้ถือครองคริปโต คดีนี้ส่งสัญญาณว่าหน่วยงานรัฐบาลกลางกำลังจับตาบริดจ์และโปรโตคอลที่สามารถโยกเงินข้ามเชนได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ผู้ใช้งาน Binance อาจพบการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นหรือกระบวนการถอนเงินที่ล่าช้าลง เนื่องจากแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเข้มงวดมาตรการควบคุมมากขึ้นหลังเหตุโจรกรรมครั้งใหญ่ สำหรับนักพัฒนา การที่ FBI รายงานว่ากดดัน THORChain เพิ่มความเสี่ยงให้ทีมพัฒนาบริดจ์และโปรโตคอลต้องเพิ่มเครื่องมือด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ มิเช่นนั้นอาจสูญเสียความไว้วางใจจากผู้ใช้งานและความร่วมมือจากหน่วยงานกำกับดูแล สำหรับตลาดในภาพรวม การปราบปรามบริดจ์ข้ามเชนอาจลดสภาพคล่องหรือเพิ่มความยุ่งยากให้ผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการโยกย้ายสินทรัพย์ระหว่างเครือข่าย แม้ว่าจุดประสงค์คือการสกัดกั้นการโอนเงินผิดกฎหมายก็ตาม

คำถามใหญ่กว่านั้น

บริดจ์และโปรโตคอลแบบกระจายศูนย์จะสามารถสกัดกั้นการฟอกเงินที่มีรัฐหนุนหลังได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่ต้องเพิ่มมาตรการควบคุมแบบรวมศูนย์ที่พวกมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงหรือไม่ หากหน่วยงานกำกับดูแลกดดันให้โปรโตคอลอย่าง THORChain ต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมมากขึ้น นั่นจะเปลี่ยนความหมายของคำว่า “การกระจายศูนย์” ในทางปฏิบัติหรือไม่ คำตอบของคำถามนี้อาจกำหนดทิศทางการดำเนินงานของบริดจ์ไปอีกหลายปี โดยต้องสร้างสมดุลระหว่างการเปิดกว้างให้เข้าถึงได้ง่าย กับความเสี่ยงที่จะกลายเป็นเครื่องมือสำหรับการโจรกรรมขนาดใหญ่

สิ่งที่ต้องจับตา

จับตาดูว่า THORChain หรือ FBI จะออกมายืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับแรงกดดันที่ The Block รายงานไว้เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 หรือไม่ รายงานการตรวจสอบเส้นทางเงินเพิ่มเติมอาจเผยให้เห็นว่าเงินที่ขโมยส่วนที่เหลือถูกโยกไปที่ใดหลังออกจาก Tron ทาง Bonuz จะติดตามความเคลื่อนไหวด้านการบังคับใช้กฎหมายต่อบริดจ์ข้ามเชนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อกระเป๋าเงินดิจิทัล แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน และโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังการใช้งานคริปโตในชีวิตประจำวัน

Keep reading