ออปชัน S&P 500 เดือด เทรดบน Hyperliquid ทะลุ 640 ล้านดอลลาร์

By bonuz NewsroomPublished October 14, 2026
S&P 500 Options Volume Hits $640M on Hyperliquid Exchange

Hypercall แพลตฟอร์มเทรดออปชันที่สร้างขึ้นบน Hyperliquid รายงานว่าออปชันดัชนี S&P 500 คือตัวขับเคลื่อนหลักของปริมาณการเทรดบนแพลตฟอร์ม โดยนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แพลตฟอร์มนี้ทำปริมาณการเทรดรวมไปแล้วถึง 640 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่านักเทรดคริปโตต้องการเข้าถึงดัชนีหุ้นแบบดั้งเดิม โดยไม่ต้องออกจากตลาดออนเชน

เกิดอะไรขึ้นจริง ๆ

Hypercall คือเอ็กซ์เชนจ์ที่สร้างบน Hyperliquid และตามรายงานของ CoinDesk ระบุว่าแพลตฟอร์มนี้มีปริมาณการเทรดรวมสะสม 640 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยปริมาณส่วนใหญ่มาจากออปชันดัชนี S&P 500 ทั้งนี้ Hyperliquid ทำหน้าที่เป็นบล็อกเชนพื้นฐานที่รองรับโครงสร้างการเทรดของ Hypercall ตามรายงานดังกล่าว อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่าสัญญาออปชัน S&P 500 คิดเป็นสัดส่วนเท่าใดของยอดรวมทั้งหมด และไม่ได้เปิดเผยชื่อนักเทรด บริษัท หรือวันที่ชัดเจนในช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม นอกจากนี้รายงานยังไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบจากแพลตฟอร์มคู่แข่งรายอื่น ทั้งนี้ CoinDesk เผยแพร่ตัวเลขดังกล่าวเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2026 โดยระบุว่าดัชนีนี้คือสินค้าที่มีปริมาณการเทรดสูงสุดของ Hypercall

ที่มาที่ไป

การเทรดอนุพันธ์แบบออนเชนเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมาบนเอ็กซ์เชนจ์บล็อกเชนหลายแห่ง โดย Hyperliquid เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่รองรับการเทรดอนุพันธ์และออปชัน นักพัฒนาที่สร้างบน Hyperliquid รวมถึง Hypercall ได้ต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวไปสู่ตลาดออปชันที่ครอบคลุมทั้งหุ้นและดัชนี ไม่ใช่แค่สินทรัพย์คริปโตเท่านั้น สินค้าดัชนีแบบดั้งเดิมอย่าง S&P 500 ดึงดูดความสนใจจากทั้งนักลงทุนรายย่อยและสถาบันมาอย่างยาวนาน เนื่องจากให้การเข้าถึงตลาดในวงกว้าง การเสนอออปชัน S&P 500 แบบออนเชนจึงเปิดโอกาสให้นักเทรดสายคริปโตเข้าถึงการลงทุนลักษณะนี้ได้โดยไม่ต้องเปิดบัญชีโบรกเกอร์แบบดั้งเดิม ตัวเลข 640 ล้านดอลลาร์ที่ CoinDesk รายงานบ่งชี้ถึงความต้องการที่แท้จริง แม้รายงานจะไม่ได้ให้ข้อมูลปริมาณการเทรดในอดีตเพื่อเทียบการเติบโตก็ตาม

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคุณ

สำหรับนักเทรด เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่าแพลตฟอร์มออนเชนสามารถรองรับทั้งสินค้าแบบดั้งเดิมที่คุ้นเคยและสินค้าคริปโตเนทีฟไปพร้อมกัน ทำให้มีตัวเลือกมากขึ้นโดยไม่ต้องออกจากระบบกระจายศูนย์ สำหรับนักพัฒนา ปริมาณการเทรดของ Hypercall แสดงให้เห็นว่ามีความต้องการออปชันดัชนีที่สร้างบนเอ็กซ์เชนจ์อย่าง Hyperliquid จริง ซึ่งอาจดึงดูดคู่แข่งรายอื่นให้เข้ามาเสนอสินค้าลักษณะเดียวกัน สำหรับ Hyperliquid เอง กิจกรรมที่เพิ่มขึ้นจากเอ็กซ์เชนจ์เดียวที่สร้างบนโครงสร้างพื้นฐานของตน อาจหมายถึงค่าธรรมเนียมธุรกรรมและการใช้งานเครือข่ายที่สูงขึ้น สำหรับนักลงทุนที่จับตามองอุตสาหกรรมนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่สนับสนุนแนวคิดว่าการเข้าถึงตลาดดั้งเดิมแบบโทเคนไนซ์หรือสังเคราะห์มีความต้องการจากผู้ใช้งานจริง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าปริมาณการเทรดนี้จะยั่งยืนหรือเป็นเพียงการพุ่งขึ้นชั่วคราว

คำถามใหญ่กว่านั้น

เอ็กซ์เชนจ์แบบกระจายศูนย์จะสามารถรักษาความต้องการสินค้าทางการเงินแบบดั้งเดิมอย่างดัชนีหุ้นไว้ได้ในระยะยาวหรือไม่ หรือกิจกรรมนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดระยะสั้นเท่านั้น หากออปชันดัชนีแบบออนเชนยังคงเติบโตต่อไป อาจทำให้เส้นแบ่งระหว่างแพลตฟอร์มเทรดคริปโตกับตลาดการเงินดั้งเดิมเลือนลางลง แต่หากปริมาณการเทรดลดลงเมื่อสภาวะตลาดเปลี่ยนไป ก็อาจแสดงให้เห็นว่านี่เป็นเพียงกระแสชั่วคราวที่ผูกกับความผันผวนของตลาดในปัจจุบัน มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเทรดอย่างถาวร

สิ่งที่ต้องจับตา

รายงานของ CoinDesk ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2026 ไม่ได้ระบุวันที่หรือกำหนดการสำคัญใด ๆ ในอนาคต ผู้อ่านควรจับตาตัวเลขปริมาณการเทรดที่อัปเดตจาก Hypercall และ Hyperliquid ซึ่งจะช่วยยืนยันได้ว่าความต้องการออปชัน S&P 500 ยังคงเติบโตต่อไปหรือเริ่มทรงตัว นอกจากนี้การตอบสนองจากแพลตฟอร์มออปชันออนเชนคู่แข่ง หรือสินค้าดัชนีใหม่ ๆ ที่เปิดตัวบน Hyperliquid ก็เป็นสิ่งที่ควรติดตามในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเช่นกัน

Keep reading