TeraWulf รายได้ AI พุ่ง 774% ขณะขุด Bitcoin ร่วง

By bonuz NewsroomPublished November 6, 2026
TeraWulf AI Revenue Surges 774% as Bitcoin Mining Falls

TeraWulf รายงานรายได้ไตรมาสล่าสุดจากการปล่อยเช่าระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง หรือ HPC ที่เกี่ยวข้องกับ AI อยู่ที่ 63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 774% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าเหมือง Bitcoin กำลังแปลงสภาพตัวเองเป็นผู้ให้เช่าโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งอาจเปลี่ยนทิศทางการใช้พลังประมวลผลและความสนใจของนักลงทุนในอนาคตอันใกล้

สิ่งที่เกิดขึ้นจริง

TeraWulf เปิดเผยตัวเลขดังกล่าวผ่านรายงานของ The Block ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2026 โดยรายได้รายไตรมาสจากการปล่อยเช่า HPC สาย AI อยู่ที่ 63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 774% เมื่อเทียบรายปี ขณะเดียวกัน รายงานฉบับเดียวกันระบุว่ารายได้จากการขุด Bitcoin ของบริษัทลดลงถึง 69% ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยรายงานเชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงนี้เข้ากับโครงการขยายกำลังการผลิตที่เกี่ยวข้องกับ Anthropic บริษัท AI ทั้งนี้ ยังไม่มีคำให้สัมภาษณ์จากผู้บริหารหรือรายละเอียดทางการเงินเพิ่มเติมในรายงานที่เผยแพร่

เส้นทางที่นำมาสู่จุดนี้

ตลอดสองปีที่ผ่านมา เหล่าเหมือง Bitcoin พยายามแสวงหารายได้นอกเหนือจากรางวัลบล็อกและค่าธรรมเนียมธุรกรรม ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นประกอบกับการลดรางวัลขุดได้บีบมาร์จิ้นของอุตสาหกรรมทั้งระบบ ผู้เล่นรายใหญ่หลายรายจึงเริ่มปรับเปลี่ยนศูนย์ข้อมูลที่เดิมสร้างไว้สำหรับเครื่องขุด ให้กลายเป็นพื้นที่โฮสต์สำหรับบริษัท AI ที่ต้องการพลังประมวลผลประสิทธิภาพสูง ผลประกอบการของ TeraWulf คือภาพสะท้อนของกระแสการปรับตัวครั้งใหญ่นี้ ตัวเลขการเติบโต 774% ของรายได้ HPC สาย AI เมื่อเทียบรายปี บ่งชี้ว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เร่งตัวเร็วกว่าที่จะเป็นเพียงโครงการเสริมเล็ก ๆ ความเชื่อมโยงกับ Anthropic ที่ปรากฏในรายงานชี้ไปที่ลูกค้าหลักรายสำคัญ แม้ว่ารายละเอียดของสัญญาจะยังไม่ถูกเปิดเผยในแหล่งข่าวต้นทาง

เหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญกับคุณ

สำหรับผู้ถือหุ้น TeraWulf ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการกระจายความเสี่ยงออกจากความผันผวนของราคา Bitcoin ซึ่งอาจช่วยให้ผลกำไรมีความสม่ำเสมอมากขึ้น สำหรับนักลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองขุดโดยรวม นี่เป็นสัญญาณว่าดีลโฮสต์ AI อาจสร้างรายได้ทัดเทียมหรือมากกว่ารายได้จากการขุดในบางบริษัท ซึ่งจะเปลี่ยนวิธีการประเมินมูลค่าของภาคธุรกิจนี้ สำหรับผู้พัฒนา AI เหมืองที่มีสัญญาพลังงานและระบบระบายความร้อนอยู่แล้ว เสนอเส้นทางที่เร็วกว่าในการเข้าถึงกำลังประมวลผล เมื่อเทียบกับการสร้างศูนย์ข้อมูลใหม่ตั้งแต่ต้น ส่วนผู้ที่ติดตามความปลอดภัยของเครือข่าย Bitcoin คำถามที่ยังค้างอยู่คือ เหมืองเหล่านี้จะยังคงลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานการขุดในอัตราเดิมหรือไม่ เมื่อการโฮสต์ AI สร้างรายได้มากกว่า

คำถามใหญ่ที่ตามมา

หากเหมือง Bitcoin หารายได้จากการโฮสต์ AI มากกว่าการขุดเองมากขึ้นเรื่อย ๆ คำถามคือสิ่งนี้จะเปลี่ยนว่าสุดท้ายแล้วบริษัทเหล่านี้รับใช้ใครกันแน่ ความปลอดภัยของเครือข่าย Bitcoin หรือความต้องการพลังประมวลผลของบริษัท AI คำตอบนี้อาจกำหนดทิศทางว่าฮาร์ดแวร์ใหม่จะถูกสร้างขึ้นเพื่อการขุดโดยเฉพาะ หรือถูกปรับใช้เพื่อ AI มากน้อยเพียงใดในอีกหลายปีข้างหน้า และอาจตัดสินด้วยว่าคำว่า "เหมือง Bitcoin" ยังคงเป็นคำนิยามที่ถูกต้องสำหรับบริษัทอย่าง TeraWulf หรือไม่

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป

TeraWulf ยังไม่ได้เปิดเผยกำหนดการรายงานผลประกอบการครั้งถัดไป นักลงทุนจะจับตาดูว่าการเติบโตของรายได้ HPC สาย AI ที่ 774% เมื่อเทียบรายปีนี้จะรักษาจังหวะต่อไปได้หรือจะชะลอตัวลงในผลประกอบการไตรมาสถัดไป นอกจากนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับ Anthropic ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาสัญญาหรือข้อผูกพันด้านกำลังการผลิต ก็ยังไม่ปรากฏในรายงานปัจจุบัน