Binance ได้ยื่นคำขอต่อ ArbitrumDAO ให้ปลดล็อกโทเคน ETH และ ARB ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยในอดีต โดยเสนอให้นำเงินที่กู้คืนมาได้ไปเติมเต็มเงินสำรองสำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ คำขอนี้เป็นบททดสอบว่าธรรมาภิบาลของ Layer 2 รายใหญ่บนเครือข่าย Ethereum จะสามารถอนุมัติการกู้คืนสินทรัพย์ให้กับเอ็กซ์เชนจ์แบบรวมศูนย์ได้หรือไม่ ซึ่งผลลัพธ์อาจกลายเป็นบรรทัดฐานว่า L2 อื่น ๆ จะจัดการกับเงินทุนที่ถูกอายัดอย่างไรต่อไป
เกิดอะไรขึ้นจริง
ตามรายงานของ The Defiant ร่างข้อเสนอของ Binance จะให้ ArbitrumDAO ปลดล็อก ETH และ ARB เพื่อนำไปชดเชยความเสียหายของลูกค้า โดย Binance ระบุว่ากระบวนการธรรมาภิบาลอาจใช้เวลานานถึงเจ็ดสัปดาห์หรือมากกว่านั้น ในอีกด้านหนึ่ง Lido ได้เพิ่มระบบป้องกันความเสียหาย Firelight เข้าไปใน Earn vaults โดยตั้งวงเงินคุ้มครองช่วงแรกไว้ที่ราว 12.1 ล้านดอลลาร์สำหรับ EarnETH และ 4 ล้านดอลลาร์สำหรับ EarnUSD ซึ่งจะทำงานก่อนกลไกบัฟเฟอร์แบบเผาหุ้น (share-burn) เดิมของ DAO ตามรายงานของ The Defiant ขณะเดียวกัน Blast ได้ปิดเครือข่าย Layer 2 ของตนและนำผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์กู้คืนสินทรัพย์ หลังสินทรัพย์ในบริดจ์ลดลงเหลือ 6.51 ล้านดอลลาร์ ลดลงราว 84% จากตัวเลขเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ด้านผู้โจมตี Mercado Bitcoin ได้แปลงโทเคนที่ขโมยมาเป็น ETH มูลค่า 10.55 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลของ Arkham ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ 13.26 ล้านดอลลาร์จากกระเป๋าที่ถูกระบุไว้ ส่วนราคา ETH อยู่ที่ 2,272 ดอลลาร์ ลดลง -6.24% ในรอบ 24 ชั่วโมง แกว่งตัวระหว่าง 2,329 ถึง 2,443 ดอลลาร์ ปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 14.40 พันล้านดอลลาร์ และมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 277.64 พันล้านดอลลาร์
ที่มาที่ไปของเรื่องนี้
เงินทุนที่ถูกอายัดของ Arbitrum มีที่มาจากเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยในอดีต แม้รายงานที่มีอยู่จะไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นการโจมตีครั้งใดที่ทำให้เกิดเงินสำรองนี้ขึ้น คำขอของ Binance สะท้อนรูปแบบที่กว้างขึ้นของเอ็กซ์เชนจ์ที่หันไปพึ่งธรรมาภิบาลของ Layer 2 หลังเกิดการอายัดเงินบนเชน ซึ่งเป็นการทดสอบว่า DAO จะยอมทำหน้าที่เป็นตัวแทนกู้คืนสินทรัพย์ให้กับแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์หรือไม่ ส่วนชั้น Firelight ของ Lido เพิ่มบัฟเฟอร์ป้องกันความเสียหายเฉพาะทางเข้ามาเสริมกลไกเผาหุ้นเดิมของโปรโตคอล ตอบรับกระแสการตรวจสอบความเสี่ยงของ staking vault ที่เข้มงวดขึ้น ขณะที่การปิดตัวของ Blast เกิดขึ้นหลังสินทรัพย์ในบริดจ์ลดลงต่อเนื่อง จากตัวเลขที่สูงกว่ามากเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม จนเหลือ 6.51 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน ตามข้อมูลของ DefiLlama ที่อ้างอิงในรายงาน
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคุณ
สำหรับผู้ถือโทเคนของ ArbitrumDAO การโหวตครั้งนี้จะตัดสินว่าธรรมาภิบาลสามารถถูกใช้เพื่อค้ำความเสียหายของเอ็กซ์เชนจ์แบบรวมศูนย์ได้หรือไม่ ซึ่งอาจกลายเป็นบรรทัดฐานที่เชิญชวนให้แพลตฟอร์มอื่น ๆ ยื่นคำขอในลักษณะเดียวกัน ผู้ใช้ Lido ได้รับชั้นป้องกันเพิ่มเติม แต่วงเงินคุ้มครองช่วงแรกยังมีเพดานจำกัด ดังนั้นความเสียหายขนาดใหญ่อาจยังเกินกว่าที่ระบบจะครอบคลุมได้ ผู้ที่ยังมีเงินค้างอยู่บน Blast ต้องรีบดำเนินการ เนื่องจากสินทรัพย์ในบริดจ์แทบจะหายไปหมดแล้ว ส่วนผู้ที่ติดตามกระแส ETH ควรสังเกตว่าผู้โจมตี Mercado Bitcoin แปลงเงินที่ขโมยมาเป็น ETH ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจว่าสินทรัพย์ที่ถูกขโมยมักไหลผ่านสภาพคล่องของ Ethereum ก่อนจะถูกถอนออกไป
คำถามใหญ่ที่ยังค้างคา
ผู้ถือโทเคนของ Layer 2 ควรถูกขอให้โหวตปลดล็อกสินทรัพย์ที่ถูกอายัดเพื่อชดเชยความเสียหายของเอ็กซ์เชนจ์แบบรวมศูนย์หรือไม่ และจะเกิดอะไรขึ้นหากการโหวตล้มเหลวหรือลากยาวเกินกว่าเจ็ดสัปดาห์ที่คาดไว้ ผลลัพธ์ของเรื่องนี้อาจกำหนดขอบเขตว่าธรรมาภิบาลแบบ DAO จะก้าวไปไกลแค่ไหนในการกู้คืนสินทรัพย์ให้เอ็กซ์เชนจ์ ซึ่งเป็นคำถามที่ทุก Layer 2 บน Ethereum อาจต้องเผชิญในที่สุด
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป
Binance คาดว่ากระบวนการธรรมาภิบาลของ ArbitrumDAO จะใช้เวลาเจ็ดสัปดาห์หรือมากกว่านั้น หมายความว่าข้อสรุปอาจยังอยู่อีกหลายสัปดาห์ข้างหน้า วงเงินคุ้มครองของ Firelight ของ Lido ใช้กับช่วงเวลาปัจจุบัน และมีแนวโน้มจะปรับเปลี่ยนเมื่อเงินฝากใน vault เติบโตขึ้น เว็บไซต์กู้คืนสินทรัพย์ของ Blast ยังคงเป็นช่องทางเดียวสำหรับผู้ใช้ที่เงินติดค้าง ส่วนกองทุน ETF ของ Bitcoin และ Ether ดึงดูดเงินไหลเข้า 128 ล้านดอลลาร์ หลังกระแสเงินฟื้นตัวขึ้นภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอม ตามรายงานของ Cointelegraph ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ควรจับตาควบคู่ไปกับการเคลื่อนไหวของราคา ETH เอง
บทความนี้เป็นข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน ราคาที่แสดงเป็นเพียงภาพรวมช่วงเวลาหนึ่งและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่มีสิ่งใดในที่นี้เป็นคำแนะนำให้ซื้อหรือขายสินทรัพย์ใด ๆ โปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ



