นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนอาจช่วยให้อิสราเอลเตรียมพร้อมรับมือมาตรการคว่ำบาตรที่อาจเกิดขึ้นกับระบบธนาคารของประเทศ คำพูดนี้มีนัยสำคัญ เพราะแสดงให้เห็นว่าผู้นำประเทศที่อยู่ในตำแหน่งจริงมองบล็อกเชนเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ใช่แค่เครื่องมือทางการเงินสำหรับนักเทรดหรือนักพัฒนาเท่านั้น
สิ่งที่เกิดขึ้นจริง
เนทันยาฮูกล่าวว่าบล็อกเชนอาจช่วยให้อิสราเอลเตรียมรับมือมาตรการคว่ำบาตรที่อาจพุ่งเป้าไปที่ระบบธนาคารของประเทศ ตามรายงานของ The Block ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2026 โดยรายงานดังกล่าวไม่ได้ระบุชื่อเครือข่ายบล็อกเชน แพลตฟอร์ม หรือหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องอย่างเจาะจง ไม่มีคำพูดโดยตรงจากเนทันยาฮู ไม่มีเอกสารนโยบาย และไม่มีไทม์ไลน์สำหรับโครงการบล็อกเชนใดๆ รายงานยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านการคว่ำบาตรที่ระบบธนาคารอิสราเอลกำลังเผชิญอยู่ หรือใครคือผู้ที่อาจเป็นผู้กำหนดมาตรการดังกล่าว ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขงบประมาณ โครงการนำร่อง หรือหน่วยงานกำกับดูแลใดๆ ต่อสาธารณะ คำกล่าวนี้ดูเหมือนจะเป็นสัญญาณเบื้องต้นมากกว่าข้อเสนออย่างเป็นทางการ รายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงหน่วยงานที่อาจได้รับมอบหมายให้ศึกษาโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน ยังไม่มีการรายงานในขณะนี้
ที่มาที่ไป
มาตรการคว่ำบาตรที่พุ่งเป้าไปยังระบบธนาคารของประเทศเป็นเครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ใช้กันมานาน และบล็อกเชนก็มักถูกเสนอให้เป็นทางเลือกแทนระบบการชำระเงินแบบดั้งเดิมอยู่เสมอ คำกล่าวของเนทันยาฮูจึงสอดคล้องกับบทสนทนาในวงกว้างนี้ แม้รายงานจะไม่ได้ให้เบาะแสว่าอะไรเป็นสาเหตุให้เกิดคำพูดนี้ขึ้นในช่วงเวลานี้ หรืออิสราเอลกำลังเผชิญภัยคุกคามจากการคว่ำบาตรอยู่จริงหรือไม่ รายงานของ The Block ยังคงเป็นแหล่งข้อมูลสาธารณะเพียงแหล่งเดียวเกี่ยวกับคำกล่าวนี้จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีหน่วยงานรัฐบาลอิสราเอล ธนาคารกลาง หรือกระทรวงการคลังออกแถลงการณ์ยืนยันหรือขยายความเกี่ยวกับแผนดังกล่าวแต่อย่างใด
เหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญกับคุณ
ในตอนนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติสำหรับผู้ถือคริปโตหรือนักพัฒนา แต่การที่ผู้นำประเทศหยิบยกบล็อกเชนขึ้นมาพูดถึงในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากการคว่ำบาตร อาจดึงดูดผู้กำหนดนโยบายรายอื่นเข้าสู่บทสนทนานี้มากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่กังวลเรื่องการเข้าถึงเงินดอลลาร์ สำหรับนักพัฒนา สัญญาณนี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีลูกค้าภาครัฐสนใจโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนสำหรับการชำระเงินหรือการชำระบัญชี ไม่ใช่แค่เครื่องมือสำหรับการเทรดเท่านั้น สำหรับประชาชนอิสราเอล เรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามเบื้องต้นว่าการเข้าถึงระบบธนาคารจะเป็นอย่างไรหากเกิดการคว่ำบาตรขึ้นจริง และสำหรับตลาดคริปโตทั่วโลก ความสนใจในระดับประเทศเช่นนี้ก็เป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่สนับสนุนแนวคิดว่าบล็อกเชนกำลังถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่แค่สินทรัพย์เพื่อการลงทุน
คำถามใหญ่กว่านั้น
หากประเทศที่ถูกคว่ำบาตร หรือกำลังจะถูกคว่ำบาตร หันมาใช้ระบบบล็อกเชนในระดับชาติ สิ่งนี้จะยิ่งตอกย้ำสถานะของบล็อกเชนในฐานะโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นกลาง หรือจะยิ่งเชิญชวนให้มหาอำนาจที่กำหนดมาตรการคว่ำบาตรจับตามองอย่างเข้มงวดขึ้น คำตอบของคำถามนี้อาจกำหนดทิศทางที่รัฐบาลทั่วโลกชั่งน้ำหนักระหว่างการยอมรับบล็อกเชนกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และว่าเทคโนโลยีที่เป็นกลางจะสามารถแยกตัวออกจากการเมืองรอบตัวมันได้อย่างสมบูรณ์หรือไม่
สิ่งที่ต้องจับตา
ยังไม่มีการกำหนดไทม์ไลน์อย่างเป็นทางการ สำนักงานของเนทันยาฮูยังไม่ได้เผยแพร่ข้อเสนออย่างเป็นทางการ ยังไม่ได้ระบุชื่อหน่วยงานใด หรือกำหนดวันประกาศเพิ่มเติม จับตาแถลงการณ์จากกระทรวงการคลังหรือธนาคารกลางของอิสราเอล รวมถึงรายงานติดตามจาก The Block หรือสำนักข่าวอื่นๆ ที่อาจยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติม Bonuz จะติดตามความคืบหน้าของเรื่องนี้ต่อไป ในฐานะส่วนหนึ่งของการรายงานข่าวอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับบทบาทของบล็อกเชนในระบบการเงินโลก



