Polymarket สูญเงินกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในไม่กี่นาที เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2026 หลังถูกโจมตีจนต้องบังคับให้แพลตฟอร์มเข้าสู่โหมดยกเลิกคำสั่งซื้อขายเท่านั้น (cancel-only mode) เรื่องนี้สำคัญกับทุกคนที่ใช้ตลาดคาดการณ์บนบล็อกเชน เพราะการโจมตีเพียงครั้งเดียวสามารถทำให้การเทรดทั้งแพลตฟอร์มหยุดชะงักได้ในพริบตา
สิ่งที่เกิดขึ้นจริง
ตามรายงานของ The Block ระบุว่า Polymarket สูญเงินมากกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในไม่กี่นาที เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2026 จากการถูกโจมตี โดยพาดหัวข่าวของสำนักข่าวดังกล่าวระบุตัวเลขที่สูงกว่าเล็กน้อยคือ 2.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และระบุว่าผู้ให้บริการบุคคลที่สาม (third-party provider) รายหนึ่งถูกเจาะระบบ หลังจากนั้น Polymarket ได้ปรับให้ตลาดเข้าสู่โหมดยกเลิกคำสั่งเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าแพลตฟอร์มยังรับคำสั่งยกเลิกการเทรดได้ แต่ปิดกั้นการเปิดสถานะใหม่ทั้งหมด ถือเป็นมาตรการฉุกเฉินมาตรฐานที่ทั้งตลาดแลกเปลี่ยนแบบรวมศูนย์และแบบกระจายศูนย์ใช้กัน รายงานของ The Block ไม่ได้ระบุว่าตลาดหรือโทเคนใดได้รับผลกระทบ และไม่มีคำแถลงโดยตรงจาก Polymarket เช่นกัน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานเรื่องการกู้คืนเงิน การชดเชยผู้ใช้ หรือกำหนดเวลาที่จะกลับมาเปิดการเทรดเต็มรูปแบบ
ที่มาที่ไป
ตลาดคาดการณ์อย่าง Polymarket เติบโตอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ปี 2024 เมื่อนักเทรดใช้โทเคนบนบล็อกเชนเพื่อเดิมพันผลการเลือกตั้ง กีฬา และเหตุการณ์จริงต่าง ๆ แพลตฟอร์มเหล่านี้จำนวนมากพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานจากบุคคลที่สามสำหรับฟังก์ชันอย่างฟีดข้อมูล การเก็บรักษาทรัพย์สิน หรือการจับคู่คำสั่งซื้อขาย แม้ว่าตรรกะหลักของการเดิมพันจะทำงานบนบล็อกเชนก็ตาม โครงสร้างแบบนี้ทำให้ความปลอดภัยของแพลตฟอร์มไม่ได้ขึ้นอยู่กับสมาร์ทคอนแทร็กต์ของตัวเองเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการทุกรายที่เชื่อมต่อด้วย รายงานของ The Block ระบุว่าการโจมตีครั้งนี้เชื่อมโยงกับผู้ให้บริการบุคคลที่สามที่ถูกเจาะระบบ มากกว่าจะเป็นข้อบกพร่องในโค้ดของ Polymarket เอง แต่รายละเอียดว่าเป็นผู้ให้บริการรายใด และถูกเจาะระบบอย่างไรนั้น ยังไม่ปรากฏในรายงานที่มีอยู่
เหตุใดเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคุณ
สำหรับผู้ใช้ Polymarket โหมดยกเลิกคำสั่งเท่านั้นหมายความว่าสถานะที่เปิดอยู่สามารถปิดได้ แต่จะไม่สามารถเปิดการเดิมพันใหม่ได้จนกว่าแพลตฟอร์มจะยกเลิกข้อจำกัดนี้ สำหรับนักพัฒนาใน Web3 เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบการพึ่งพาบุคคลที่สามทุกจุด ไม่ใช่แค่สมาร์ทคอนแทร็กต์หลักเท่านั้น เพราะจุดอ่อนของผู้ให้บริการเพียงรายเดียวอาจกลายเป็นความสูญเสียของทั้งแพลตฟอร์ม สำหรับวงการตลาดคาดการณ์โดยรวม การถูกโจมตีซ้ำ ๆ อาจชะลอการเติบโตของผู้ใช้งาน และดึงดูดการจับตามองที่เข้มงวดขึ้นจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เฝ้าดูแพลตฟอร์มเหล่านี้อยู่แล้ว ผู้ถือโทเคนที่เกี่ยวข้องต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในระยะสั้น จนกว่า Polymarket จะยืนยันว่าอะไรถูกเจาะระบบ และจะมีการชดเชยเงินคืนหรือไม่
คำถามใหญ่กว่านั้น
เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามใหญ่กว่าสำหรับอุตสาหกรรมนี้ว่า แพลตฟอร์มควรรับผิดชอบมากแค่ไหนต่อช่องโหว่ที่เกิดจากผู้ให้บริการบุคคลที่สามที่ตนพึ่งพา เมื่อแอปพลิเคชันจำนวนมากขึ้นหันไปใช้บริการภายนอกสำหรับฟังก์ชันสำคัญ เช่น ฟีดข้อมูลหรือการเก็บรักษาทรัพย์สิน เพื่อความรวดเร็วและต้นทุนที่ต่ำกว่า เส้นแบ่งระหว่างความปลอดภัยของแพลตฟอร์มเองกับความปลอดภัยของพันธมิตรก็ยิ่งเลือนราง และเมื่อเส้นแบ่งนั้นล้มเหลว ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหาย แพลตฟอร์ม ผู้ให้บริการ หรือผู้ใช้ที่เงินหายไป
สิ่งที่ต้องจับตา
Polymarket ยังไม่ได้ประกาศว่าจะกลับมาเปิดการเทรดเต็มรูปแบบเมื่อใด สิ่งที่ควรจับตาต่อไปคือรายงานสรุปเหตุการณ์อย่างเป็นทางการ การยืนยันว่าผู้ให้บริการบุคคลที่สามรายใดถูกเจาะระบบ และแผนการชดเชยผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ รายละเอียดเพิ่มเติมน่าจะทยอยออกมาจาก The Block และสำนักข่าวอื่น ๆ ที่ติดตามด้านความปลอดภัยของ DeFi bonuz.xyz จะติดตามต่อไปว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตลาดคาดการณ์บนบล็อกเชนอย่างไร



