Atkins ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ออกมาระบุว่าเขาสนับสนุนร่างกฎหมาย Clarity Act พร้อมย้ำว่าหน่วยงานจะยังเดินหน้าผลักดันกฎเกณฑ์คริปโตของตัวเองต่อไป ไม่ว่าชะตากรรมของร่างกฎหมายฉบับนี้จะเป็นอย่างไร ใครที่ติดตามนโยบายคริปโตของสหรัฐฯ ควรจับตาเรื่องนี้ให้ดี เพราะมันหมายความว่าตอนนี้มีสองเส้นทางสู่การกำกับดูแลเปิดอยู่พร้อมกัน
เกิดอะไรขึ้น
ตามรายงานของ CoinDesk ประธาน SEC อย่าง Atkins กล่าวว่าแผนการกำกับดูแลของหน่วยงานจะยืนอยู่บนสามเสาหลัก ได้แก่ กฎการออกโทเคนคริปโต การปรับปรุงระบบตัวแทนโอนหุ้นให้ทันสมัย และมาตรฐานการดูแลทรัพย์สิน (custody) เขายืนยันสนับสนุน Clarity Act ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่มุ่งให้กรอบกฎเกณฑ์ระดับรัฐบาลกลางที่ชัดเจนขึ้นสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ Atkins บอกว่า SEC จะไม่รอให้ร่างกฎหมายผ่านก่อนแล้วค่อยลงมือ หน่วยงานจะเดินหน้าออกกฎคริปโตของตัวเองควบคู่กันไป ทั้งนี้รายงานไม่ได้อ้างคำพูดตรงจาก Atkins ไม่มีวันที่ชัดเจน หรือไทม์ไลน์สำหรับกฎเหล่านี้ และไม่ได้ระบุวันโหวตของ Clarity Act ด้วยเช่นกัน
ที่มาที่ไปของเรื่องนี้
Clarity Act ผ่านการถกเถียงในสภาคองเกรสมาระยะหนึ่งแล้ว ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติพยายามหาข้อสรุปว่าหน่วยงานไหน ระหว่าง SEC กับ CFTC ควรกำกับดูแลสินทรัพย์คริปโตประเภทใด แหล่งข่าวต้นทางไม่ได้ให้รายละเอียดสถานะปัจจุบันของร่างกฎหมายหรือจำนวนเสียงโหวต แต่คำพูดของ Atkins แสดงให้เห็นว่า SEC ไม่มีแผนจะหยุดการออกกฎของตัวเองระหว่างที่สภาคองเกรสยังหาข้อสรุปเรื่องโครงสร้างนี้อยู่ ประเด็นนี้สำคัญเพราะที่ผ่านมากฎคริปโตส่วนใหญ่มักมาในรูปแบบการบังคับใช้กฎหมาย (enforcement) มากกว่าการออกกฎที่ชัดเจนตายตัว ซึ่งทิ้งคำถามค้างคาไว้ให้ผู้ออกโทเคนและผู้ดูแลทรัพย์สิน
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคุณ
สำหรับผู้ออกโทเคน กฎ SEC ที่ออกมาเร็วขึ้นเรื่องการออกโทเคนอาจหมายถึงเส้นทางที่ชัดเจนขึ้นสำหรับการเปิดตัวโปรเจกต์แบบถูกกฎหมาย แม้ก่อนที่ Clarity Act จะผ่านด้วยซ้ำ สำหรับผู้ดูแลทรัพย์สินและตัวแทนโอนหุ้น มาตรฐานที่ปรับปรุงใหม่อาจช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล ส่วนผู้ถือครองคริปโตอาจเห็นการพึ่งพาสภาคองเกรสน้อยลง และเห็นแนวทางจาก SEC เข้ามากำหนดทิศทางตลาดมากขึ้นในชีวิตประจำวัน นักพัฒนาที่กำลังสร้างผลิตภัณฑ์รอบ ๆ กระเป๋าเงิน AR การจ่ายเงินผ่านแว่นอัจฉริยะ หรือเครื่องมือระบุตัวตนแบบ Web3 ควรจับตากฎ custody ของ SEC อย่างใกล้ชิด เพราะกรอบการทำงานในช่วงแรกอาจกลายเป็นบรรทัดฐานสำหรับการเก็บรักษาและยืนยันสินทรัพย์ดิจิทัล แม้จะอยู่นอกบริบทการเทรดโดยตรงก็ตาม
คำถามใหญ่ที่รอคำตอบ
คำถามคือ การออกกฎของหน่วยงานจะแซงหน้าการดำเนินการของสภาคองเกรสหรือไม่ หรือสุดท้าย Clarity Act จะกลายเป็นมาตรฐานหลักที่มาแทนที่แนวทางของ SEC คำตอบนี้จะเป็นตัวชี้ขาดว่ากฎเกณฑ์คริปโตของสหรัฐฯ จะมาจากฝ่ายนิติบัญญัติที่มาจากการเลือกตั้ง หรือมาจากหน่วยงานกำกับดูแลที่ลงมือทำก่อน สภาคองเกรสกับ SEC แทบไม่เคยเดินหน้าด้วยจังหวะเดียวกัน และประวัติศาสตร์ก็ไม่มีบรรทัดฐานที่ชัดเจนสำหรับสถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้มาก่อน ความสมดุลนี้ส่งผลกระทบต่อทั้งนักพัฒนาและผู้ถือครองคริปโตที่กำลังรอความชัดเจนทางกฎหมายอยู่
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป
ยังไม่มีการระบุวันที่แน่ชัดสำหรับการโหวต Clarity Act หรือกฎ custody ใหม่ของ SEC ผู้อ่านควรจับตาประกาศการออกกฎอย่างเป็นทางการจาก SEC เรื่องการออกโทเคนและตัวแทนโอนหุ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ส่วนความเคลื่อนไหวของสภาคองเกรสต่อ Clarity Act ก็เป็นอีกจุดที่ต้องติดตาม ทาง Bonuz จะคอยติดตามว่ามาตรฐาน custody จะเชื่อมโยงกับฮาร์ดแวร์วอลเล็ตและเครื่องมือคริปโตบน AR อย่างไรต่อไป



