Jeonbuk Bank ของเกาหลีใต้ กลายเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของประเทศที่ปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าธุรกิจโดยใช้ Bitcoin เป็นหลักประกัน ตามรายงานท้องถิ่นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่าธนาคารเริ่มมองว่า Bitcoin เป็นหลักประกันที่ใช้ได้จริง ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ใหญ่กว่าความผันผวนของราคาในแต่ละวัน
สิ่งที่เกิดขึ้นจริง
Jeonbuk Bank ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ JB Financial Group เริ่มปล่อยสินเชื่อค้ำประกันด้วย Bitcoin ให้แก่ธุรกิจที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน ตามรายงานของ Cointelegraph ที่อ้างอิงสำนักข่าวท้องถิ่น EDaily โดยมีผู้ดูแลสินทรัพย์บุคคลที่สาม (third-party custodian) เป็นผู้ถือครอง Bitcoin ที่ใช้ค้ำประกัน ทั้งนี้ธนาคารยังไม่เปิดเผยวงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย หรืออัตราส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ตัวแทนของธนาคารยืนยันกับ Chosun ว่ามีการปล่อยกู้ไปแล้วอย่างน้อยหนึ่งราย โดยไม่เปิดเผยชื่อผู้กู้ ในอีกด้านหนึ่ง CoinDesk รายงานว่า Bitcoin ETF มีเงินไหลออกกว่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ Bitcoin จะยังรักษาระดับกำไรจากช่วงสุดสัปดาห์เอาไว้ได้ ณ เวลา 10:30 UTC วันที่ 12 ตุลาคม 2026 Bitcoin ซื้อขายที่ 83,444 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น +0.63% ในรอบ 24 ชั่วโมง โดยช่วงราคาของวันอยู่ระหว่าง 82,917 ถึง 84,231 ดอลลาร์ มูลค่าการซื้อขาย 22.57 พันล้านดอลลาร์ และมูลค่าตลาดรวม 1.68 ล้านล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinGecko
ที่มาที่ไป
การปล่อยสินเชื่อครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเกาหลีใต้แก้ไขกฎการบังคับคดีแพ่ง (Civil Enforcement Rules) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2026 โดยกฎใหม่กำหนดขั้นตอนการยึดและขายสิทธิเรียกร้องในสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้ Jeonbuk Bank สามารถเรียกคืนเงินผ่านคำสั่งศาลให้ขายสินทรัพย์ได้หากผู้กู้ผิดนัดชำระ แทนที่จะเข้าครอบครอง Bitcoin โดยตรง ก่อนหน้านี้ธนาคารเกาหลีใต้ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อค้ำด้วยคริปโต ทำให้ธุรกิจต้องขายสินทรัพย์ที่ถืออยู่เพื่อหาเงินทุนหมุนเวียนแทน การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นในสัปดาห์เดียวกับที่ Bitcoin ETF เผชิญแรงไหลออกหนัก แต่ราคาเหรียญยังคงยืนเหนือ 82,917 ดอลลาร์ตลอด 24 ชั่วโมงที่ CoinGecko ติดตาม บ่งชี้ว่าทั้งสองเหตุการณ์นี้เดินคนละเส้นทาง ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกันโดยตรง
เหตุใดเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคุณ
สำหรับธุรกิจในเกาหลีใต้ นี่เปิดช่องทางให้ระดมทุนหมุนเวียนได้โดยไม่ต้องขาย Bitcoin ออกไป ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับบริษัทที่ต้องการถือครองสินทรัพย์ไว้ในระยะยาว สำหรับผู้ถือครองในที่อื่นๆ นี่คือกรณีทดสอบแรกๆ ของการปล่อยสินเชื่อค้ำด้วย Bitcoin ภายใต้การกำกับดูแล ซึ่งสถาบันการเงินเคยระมัดระวังมาตลอดหลังจากที่แพลตฟอร์มปล่อยกู้คริปโตล้มเหลวในอดีต สำหรับผู้ดูแลสินทรัพย์และผู้สร้างระบบปฏิบัติตามกฎระเบียบ โมเดล custody บุคคลที่สามของ Jeonbuk และกฎการบังคับคดีใหม่ อาจเป็นต้นแบบให้ธนาคารอื่นนำไปใช้ตาม ทั้งนี้ไม่มีสิ่งใดในเรื่องนี้ที่เปลี่ยนกลไกราคาของ Bitcoin ในวันนี้ การที่ ETF มีเงินไหลออกถึง 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ช่องทางสินเชื่อใหม่นี้เพิ่งเปิดตัว เป็นเครื่องเตือนใจว่ากระแสเงินทุนกับการยอมรับใช้งานจริงไม่ได้เคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันเสมอไป
คำถามใหญ่กว่านั้น
หากธนาคารที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลเพียงแห่งเดียวสามารถปล่อยกู้โดยใช้ Bitcoin ค้ำประกันพร้อมสิทธิ์เรียกคืนที่ได้รับการรับรองจากศาล จะมีอีกกี่แห่งที่ตามมา และจะเร็วแค่ไหน คำตอบอาจเปลี่ยนรูปแบบการเข้าถึงเงินทุนของธุรกิจโดยไม่ต้องขายสินทรัพย์คริปโตที่ถืออยู่ นอกจากนี้ยังเกิดคำถามที่ยากกว่านั้นคือ การปล่อยสินเชื่อลักษณะนี้จะขยายขนาดได้โดยไม่ซ้ำรอยความล้มเหลวของคู่สัญญาที่เคยทำให้ผู้ปล่อยกู้คริปโตในอดีตล้มลงหรือไม่ หรือว่าการมีผู้ดูแลสินทรัพย์เฉพาะทางร่วมกับการบังคับใช้กฎหมายที่ชัดเจน จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้จริงในครั้งนี้
สิ่งที่ต้องจับตา
จับตาดูว่า JB Financial Group จะยืนยันรายละเอียดที่ Cointelegraph ร้องขอแต่ยังไม่ได้รับคำตอบหรือไม่ วงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย และเงื่อนไข LTV ยังไม่ถูกเปิดเผย และอาจปรากฏในรายงานท้องถิ่นฉบับต่อๆ ไป นอกจากนี้ยังต้องติดตามว่าธนาคารอื่นในเกาหลีใต้ หรือผู้ปล่อยกู้ในที่อื่นๆ จะประกาศผลิตภัณฑ์สินเชื่อค้ำด้วย Bitcoin ในลักษณะเดียวกันหรือไม่ เนื่องจากกฎการบังคับคดีแพ่งฉบับใหม่ได้เปิดทางให้มีกระบวนการเรียกคืนตามกฎหมายแล้ว
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการรับทราบ ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน ราคาที่ระบุเป็นเพียงภาพรวม ณ ช่วงเวลาหนึ่งและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ไม่มีส่วนใดในบทความนี้ที่เป็นคำแนะนำให้ซื้อหรือขายสินทรัพย์ใดๆ โปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ



