Payward บริษัทแม่ของ Kraken กำลังปรับสถานะตัวเองใหม่ จากที่เคยเป็นแค่กระดานเทรดคริปโต ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินเต็มรูปแบบ โดยรวมระบบเทรด การชำระเงิน การบริหารสินทรัพย์ และบริการสำหรับสถาบัน ให้อยู่บนโครงสร้างเทคนิคเดียวกัน ตามคำกล่าวของ Arjun Sethi ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (co-CEO) เรื่องนี้สำคัญเพราะมันสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทคริปโตที่ตั้งตัวมานานวางแผนจะแข่งขันกันอย่างไร ในยุคที่ไม่ได้พึ่งพาแค่ค่าธรรมเนียมการเทรดอีกต่อไป
เกิดอะไรขึ้น
Payward บริษัทแม่ของ Kraken กำลังรวมระบบเทรด การชำระเงิน การบริหารสินทรัพย์ และบริการสำหรับลูกค้าสถาบัน ให้มาอยู่บนโครงสร้างเทคนิคชุดเดียวกัน ตามคำกล่าวของ Arjun Sethi ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม อ้างอิงจากรายงานของ CoinDesk รายงานดังกล่าวระบุว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการเดิมพันมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ เพื่อก้าวขึ้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินในวงกว้าง แทนที่จะเป็นแค่กระดานเทรดคริปโตเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม Sethi ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขการใช้จ่ายที่ชัดเจน กรอบเวลา หรือผลิตภัณฑ์ใดจะเปิดตัวก่อนในข้อมูลที่มีอยู่ ณ ตอนนี้ ไม่มีการเอ่ยถึงผู้บริหารคนอื่น ตัวเลขดอลลาร์ หรือวันที่เพิ่มเติมในรายงานฉบับนี้ ขอบเขตของคำว่า "หลายพันล้าน" ที่ปรากฏในกรอบข่าวก็ไม่ได้ถูกแจกแจงตามแหล่งที่มา หน่วยธุรกิจ หรือสกุลเงินในเนื้อหาที่ตรวจสอบได้สำหรับบทความนี้
ที่มาที่ไป
Kraken ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 เป็นหนึ่งในกระดานเทรดคริปโตยุคแรกๆ และสร้างชื่อเสียงจากการเทรดสปอตและอนุพันธ์ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กระดานเทรดคริปโตจำนวนมากพยายามขยายตัวออกไปไกลกว่าการเทรด ไม่ว่าจะเป็นบริการรับฝากสินทรัพย์ (custody) การชำระเงิน และบริการสำหรับสถาบัน สอดคล้องไปกับความชัดเจนด้านกฎระเบียบที่ดีขึ้นในบางตลาด การเคลื่อนไหวของ Payward สะท้อนรูปแบบที่กว้างขึ้นในหมู่ผู้ให้บริการกระดานเทรด ที่ต่างมองหาแหล่งรายได้ใหม่นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม ซึ่งอาจผันผวนได้มากในช่วงตลาดขาลง อย่างไรก็ตาม รายงานของ CoinDesk ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานก่อนหน้านี้ของ Payward หรือหมุดหมายเฉพาะที่นำไปสู่กลยุทธ์นี้ ทำให้จุดเริ่มต้นและจังหวะของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ยังไม่ชัดเจน
เรื่องนี้สำคัญกับคุณอย่างไร
สำหรับผู้ใช้งาน Kraken เรื่องนี้อาจหมายถึงในที่สุดแล้ว บัญชีเดียวจะรวมผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้มากขึ้น ตั้งแต่การเทรด การชำระเงิน ไปจนถึงการบริหารสินทรัพย์ สำหรับนักพัฒนา กลยุทธ์การรวมโครงสร้างพื้นฐานอาจเปิดจุดเชื่อมต่อใหม่ๆ แม้ว่าจะยังไม่มีการระบุรายละเอียดในรายงานก็ตาม ส่วนผู้ถือโทเคนหรือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Kraken กรอบความคิดนี้บ่งชี้ว่าฝ่ายบริหารมองว่าโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่ปริมาณการเทรด คือปัจจัยขับเคลื่อนมูลค่าในระยะยาว ทั้งนี้ ไม่มีผลลัพธ์ใดที่รับประกันได้ รายงานฉบับนี้เป็นเพียงทิศทาง ที่อธิบายโครงสร้างที่ตั้งใจจะสร้างขึ้น มากกว่าจะเป็นกรอบเวลาที่ยืนยันแล้ว แต่ก็ชี้ให้เห็นว่ากระดานเทรดต่างๆ อาจวางตำแหน่งตัวเองต่อไปอย่างไรในอนาคต
คำถามใหญ่กว่านั้น
หากกระดานเทรดคริปโตรายใหญ่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินทั่วไป อัตลักษณ์ความเป็นกระดานเทรดของพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป? ผู้ใช้งานอาจได้รับความสะดวกสบายจากบริการที่รวมเป็นหนึ่งเดียว แต่การกระจุกตัวของการเทรด การชำระเงิน และการบริหารสินทรัพย์ไว้ในบริษัทเดียว ก็ทำให้เกิดคำถามเรื่องการแข่งขัน การกำกับดูแล และการบริหารความเสี่ยง ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานในโลกคริปโตควรถูกกำกับดูแลแบบเดียวกับธนาคารหรือไม่ หรือเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังสมควรมีกรอบการกำกับดูแลที่แตกต่างออกไป?
สิ่งที่ต้องจับตา
รายงานที่มีอยู่ในขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยวันที่ ผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัว หรือตัวเลขดอลลาร์ที่ชัดเจน ผู้อ่านควรติดตามการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมจาก Payward หรือ Kraken ที่จะชี้แจงการจัดสรรงบประมาณ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือเอกสารยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพขนาดและกรอบเวลาของกลยุทธ์นี้ชัดเจนขึ้น ทาง Bonuz จะติดตามต่อไปว่าผู้ให้บริการกระดานเทรดขยายตัวเข้าสู่บริการทางการเงินที่กว้างขึ้นอย่างไร ซึ่งเชื่อมโยงกับชั้นฮาร์ดแวร์และการเข้าถึงที่ผู้ใช้งานพึ่งพา รวมถึงกระเป๋าเงินดิจิทัลและอุปกรณ์ต่างๆ



