กองทุน ETF ที่อ้างอิงกับ Zcash มีมูลค่าสินทรัพย์ทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ (USD) แล้ว ตามรายงานของ The Block ขณะที่ Grayscale ระบุว่าตลาด ETF คริปโตกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ที่ไกลเกินกว่าบิตคอยน์และอีเธอร์ เรื่องนี้สำคัญเพราะสะท้อนความสนใจของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นต่อผลิตภัณฑ์ ETF ของ altcoin นอกเหนือจากสองสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุด
เกิดอะไรขึ้นจริง
Krista Lynch ผู้บริหารของ Grayscale ให้สัมภาษณ์กับ The Block ว่า มาตรฐานการจดทะเบียนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ในปัจจุบันครอบคลุมโทเคนประมาณ 15 รายการ เกณฑ์นี้เปิดทางให้ผู้ออกผลิตภัณฑ์ ETF คริปโตสามารถเลือกสินทรัพย์ดิจิทัลมาบรรจุเป็นผลิตภัณฑ์ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ นอกเหนือจากบิตคอยน์และอีเธอร์ รายงานระบุว่า ETF Zcash มีมูลค่าสินทรัพย์ทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ (USD) ไปแล้ว ซึ่งถูกยกมาเป็นหลักฐานว่าตลาด ETF คริปโตในภาพรวมกำลังเติบโตเต็มที่มากขึ้น Lynch ยังย้ำว่านี่เป็นการขยายตัวแบบเลือกสรร ไม่ใช่การเปิดกว้างทั้งหมด ผู้ออกผลิตภัณฑ์สามารถเลือกโทเคนที่ผ่านเกณฑ์ของ SEC ได้ แทนที่จะออกผลิตภัณฑ์สำหรับคริปโตทุกสกุลที่มีอยู่ ทั้งนี้ รายงานที่มีอยู่ยังไม่ได้ระบุรายชื่อโทเคนทั้ง 15 รายการที่เข้าเกณฑ์อย่างชัดเจน
ที่มาที่ไป
ETF คริปโตเริ่มต้นจากบิตคอยน์ก่อน ตามด้วยอีเธอร์ เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลมองว่าสองสินทรัพย์นี้เป็นกรณีที่ชัดเจนที่สุดสำหรับการอนุมัติ นับจากนั้นผู้ออกผลิตภัณฑ์และนักลงทุนก็ผลักดันให้ขยายขอบเขตโทเคนที่ครอบคลุมมากขึ้น มาตรฐานการจดทะเบียนของ SEC ซึ่งตอนนี้ครอบคลุมโทเคนประมาณ 15 รายการตามการนับของ Grayscale ถือเป็นเส้นแบ่งที่เป็นทางการสำหรับการกำหนดคุณสมบัติที่เข้าเกณฑ์ ก่อนหน้าที่จะมีเกณฑ์นี้ ข้อเสนอ ETF คริปโตแต่ละตัวต้องผ่านการพิจารณาเป็นรายโทเคนไป แต่เมื่อมีมาตรฐานที่ชัดเจนแล้ว สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป ผู้ออกผลิตภัณฑ์มีกรอบกติกาให้ยึดถือ แทนที่จะต้องเจรจาขออนุมัติทีละสินทรัพย์ การที่ ETF Zcash มีมูลค่าทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ (USD) จึงถูกนำเสนอว่าเป็นสัญญาณเบื้องต้นของความต้องการในคลื่นลูกใหม่นี้
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคุณ
สำหรับผู้ถือโทเคนที่อยู่ในกลุ่มประมาณ 15 รายการที่เข้าเกณฑ์ของ SEC เรื่องนี้เพิ่มโอกาสที่จะมี ETF เข้าถึงในอนาคต หมายความว่าจะมีช่องทางลงทุนที่ง่ายขึ้นและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลผ่านบัญชีโบรกเกอร์ทั่วไป สำหรับผู้ใช้งาน ตัวเลือก ETF ที่มากขึ้นอาจหมายถึงเม็ดเงินทุนไหลเข้าสู่โทเคนเฉพาะมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพคล่องและราคา สำหรับนักพัฒนาและโปรเจกต์ที่อยู่นอกรายชื่อ 15 โทเคนนี้ การผ่านเกณฑ์การจดทะเบียนของ SEC ถือเป็นประตูที่จับต้องได้สู่เงินทุนจากสถาบัน ผู้ออกผลิตภัณฑ์น่าจะให้ความสำคัญกับโทเคนที่มีสถานะทางกฎหมายชัดเจนที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก สิ่งนี้อาจเร่งให้เกิดความแตกต่างระหว่างโทเคนที่เข้าถึง ETF ได้กับโทเคนที่เข้าไม่ได้ ซึ่งจะกำหนดทิศทางว่าโปรเจกต์ใดจะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนกระแสหลักต่อไปในอนาคต
คำถามใหญ่ที่ยังรอคำตอบ
โทเคนใดในกลุ่มประมาณ 15 รายการที่เข้าเกณฑ์ของ SEC จะเป็นรายต่อไปที่มีการยื่นขอ ETF และจะเกิดขึ้นเร็วแค่ไหน หากการเลือกสรรแบบนี้กลายเป็นบรรทัดฐาน จะทำให้ตลาดคริปโตแบ่งออกเป็นสองชั้นหรือไม่ คือฝั่งที่มีช่องทางเข้าถึงกองทุนภายใต้การกำกับดูแล กับฝั่งที่ไม่มี และโปรเจกต์ต่าง ๆ จะเริ่มออกแบบโทเคนเพื่อให้เข้าเกณฑ์ ETF แทนที่จะมุ่งเน้นประโยชน์ใช้งานจริงหรือไม่
สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไป
ยังไม่มีการเปิดเผยวันที่ชัดเจนสำหรับการยื่นขอ ETF คริปโตเพิ่มเติมในรายงานที่มีอยู่ ให้จับตาการตัดสินใจของ SEC ต่อโทเคนอื่น ๆ ในกลุ่มประมาณ 15 รายการที่เข้าเกณฑ์ และการประกาศจากผู้ออกผลิตภัณฑ์หลังจากที่ ETF Zcash ทำสถิติ 1 พันล้านดอลลาร์ (USD) การยื่นขอ ETF สำหรับโทเคนรายอื่นเพิ่มเติมจะเป็นเครื่องยืนยันว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดอย่างแท้จริงหรือไม่



