โรโบแท็กซี่กำลังแผ่ขยายไปทั่วเมืองต่างๆ ในสหรัฐฯ และแรงต้านที่เป็นระบบก็ขยายตัวตามไปด้วย Waymo, Zoox และ Tesla ต่างเร่งขยายบริการ ขณะที่สมาชิกสภานิติบัญญัติ สหภาพแรงงาน และเจ้าหน้าที่เมืองพากันออกมาคัดค้านในประเด็นความปลอดภัย การจ้างงาน และอำนาจควบคุม ผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นตัวชี้ว่ารถยนต์ไร้คนขับจะขยายไปไกลกว่าเมืองทดลองในปัจจุบันได้เร็วแค่ไหน
เกิดอะไรขึ้นจริง
ที่นิวยอร์ก ผู้ว่าการรัฐ Kathy Hochul ถอนข้อเสนอที่จะอนุญาตให้โรโบแท็กซี่ไร้คนขับวิ่งนอกเขตนครนิวยอร์กในปีนี้ หลังเจอแรงคัดค้านจากคนขับแท็กซี่และสหภาพแรงงาน ตามรายงานของ The Verge ส่วนที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สมาชิกสภากำลังพิจารณาข้อเสนอจำกัดจำนวนรถไว้ที่ 200 คัน พร้อมเก็บค่าธรรมเนียม 15 เซนต์ต่อไมล์ ขณะที่แคลิฟอร์เนียเปิดทางให้ตำรวจออกใบสั่งข้อหาผิดกฎจราจรตรงถึงผู้ผลิตรถยนต์ไร้คนขับได้โดยตรง ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
ปัจจุบัน Waymo มีรถให้บริการมากกว่า 3,500 คัน ครอบคลุม 11 เมืองทั่วสหรัฐฯ และให้บริการเที่ยวโดยสารแบบเสียเงินกว่า 500,000 เที่ยวต่อสัปดาห์ เทียบกับ Uber ที่มีทริปทั่วโลกราว 40 ล้านเที่ยวต่อวัน ด้าน Zoox เริ่มเปิดให้บริการรับส่งแบบเสียเงินในลาสเวกัสแล้ว วุฒิสมาชิก Ed Markey กล่าวว่า "โครงสร้างการกำกับดูแลของเราตอนนี้ก็คือ เราได้แต่หวังว่าพวกเขาจะพูดความจริง"
ที่มาที่ไป
การทดสอบรถยนต์ไร้คนขับดำเนินมาหลายปีแล้ว แต่ปี 2026 คือจุดเปลี่ยนจากโครงการนำร่องสู่กองยานเชิงพาณิชย์ที่มองเห็นได้ชัดเจน การเติบโตอย่างต่อเนื่องของ Waymo การออกแบบรถไร้คนขับของ Zoox และการผลักดัน Cybercab ของ Tesla ได้พาเทคโนโลยีนี้ออกจากห้องทดลองสู่ท้องถนนจริง ความชัดเจนที่มากขึ้นนี้ยิ่งทำให้ถูกจับตามองมากขึ้นตามไปด้วย นายกเทศมนตรีซานฟรานซิสโก Daniel Lurie ซึ่งเคยสนับสนุนโรโบแท็กซี่ ตอนนี้กลับเรียกร้องให้เข้มงวดกฎมากขึ้น หลังรถของ Waymo สร้างความติดขัดบนท้องถนนระหว่างเหตุฉุกเฉิน หน่วยงานกำกับดูแลระดับรัฐบาลกลางอย่าง NHTSA ก็ได้ออกคำเตือนบริษัทต่างๆ เรื่องรถที่ไม่ยอมหลบให้หน่วยกู้ภัย ขณะที่ประเด็นเรื่องการจ้างงานซึ่งสหภาพแรงงานพูดถึงมานานหลายปี ก็ยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นตามขนาดของกองยานที่เพิ่มขึ้น
เรื่องนี้สำคัญกับคุณอย่างไร
สำหรับผู้โดยสาร การขยายตัวนี้หมายถึงอาจมีอีกหลายเมืองที่จะได้ใช้บริการโรโบแท็กซี่เร็วๆ นี้ แม้กฎของแต่ละรัฐอาจทำให้การเปิดตัวในบางพื้นที่อย่างนิวยอร์กล่าช้าออกไป สำหรับแรงงานในอุตสาหกรรมแท็กซี่ ขนส่งสินค้า และเดลิเวอรี ความกังวลเรื่องระบบอัตโนมัติกำลังทวีความรุนแรงขึ้น โดยกลุ่มอย่าง Teamsters ผลักดันให้ต้องมีผู้ควบคุมรถที่เป็นมนุษย์ประจำอยู่บนรถไร้คนขับขนาดใหญ่ สำหรับบริษัทผู้พัฒนาระบบเหล่านี้ กฎเกณฑ์ใหม่ด้านใบอนุญาต เซนเซอร์ และการรายงานความปลอดภัย อาจเพิ่มต้นทุน แต่ก็ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้เทคโนโลยีนี้ในระยะยาว ส่วนผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และเซนเซอร์ มาตรฐานที่เข้มงวดขึ้นอาจเปิดโอกาสใหม่ในตลาดระบบตรวจจับสภาพแวดล้อมของรถยนต์ เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลเริ่มไม่เห็นด้วยกับระบบที่ใช้กล้องเพียงอย่างเดียว
คำถามใหญ่ที่รออยู่
เมื่อกองยานรถยนต์ไร้คนขับเติบโตจากหลักพันคันไปสู่หลักแสนคันในอนาคต ใครควรเป็นผู้กำหนดจังหวะการเติบโตนี้ หน่วยงานกำกับดูแลระดับรัฐบาลกลาง สภานิติบัญญัติของแต่ละรัฐ หรือเมืองที่ต้องอยู่กับผลกระทบในชีวิตประจำวัน กฎเกณฑ์ที่ยังกระจัดกระจายในปัจจุบันบ่งชี้ว่ายังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน
สิ่งที่ต้องจับตา
Cybercab ของ Tesla มีกำหนดเปิดตัวช่วงปลายปีนี้ ส่วน Zoox วางแผนขยายโครงการ Explorer ไปยังเมืองออสตินและไมอามีในช่วงปลายปี 2026 ขณะที่สมาชิกสภากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ยังคงถกเถียงเรื่องข้อเสนอจำกัดจำนวนรถและค่าธรรมเนียมต่อไมล์ต่อไป ด้านสมาชิกสภานิติบัญญัติของนิวเจอร์ซีย์และนิวยอร์กก็กำลังพิจารณาข้อเสนอด้านความปลอดภัยของรถยนต์ไร้คนขับฉบับใหม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า



