หุ้นบุริมสิทธิถาวรช่วยให้ Strategy และ Strive ซื้อ Bitcoin ได้เกือบ 136,000 เหรียญตั้งแต่ปี 2025 แต่เมื่อภาระจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เงินก้อนนี้กลับเริ่มแข่งขันกับการซื้อ Bitcoin เพิ่มเติม เรื่องนี้สำคัญเพราะมันเป็นบททดสอบว่า บริษัทคลัง Bitcoin จะยังซื้อเหรียญต่อไปได้หรือไม่ โดยไม่ต้องขาย Bitcoin ออกมาเพื่อจ่ายปันผล
เกิดอะไรขึ้นจริง
ข้อมูลจาก Fidelity Digital Assets ระบุว่า หุ้นบุริมสิทธิถาวรช่วยระดมทุนซื้อ Bitcoin ไปแล้ว 135,979 เหรียญ นับถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2026 คิดเป็นมากกว่า 0.5% ของปริมาณ Bitcoin สูงสุดที่จะมีได้ทั้งหมด Zack Wainwright นักวิเคราะห์จาก Fidelity ประเมินมูลค่าตลาดหุ้นบุริมสิทธิที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin ไว้ที่ราว 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับตลาดตราสารหนี้โลกที่มีมูลค่าถึง 150 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ James Butterfill หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ CoinShares ระบุว่า หุ้นบุริมสิทธิ STRC ของ Strategy ซึ่งจ่ายปันผลแบบผันแปรใกล้ 12% ระดมทุนได้ถึง 7,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 จนถึงปลายเดือนกรกฎาคม รายงานอัปเดตรายสัปดาห์ล่าสุดของ Strategy เผยว่า บริษัทใช้เงิน 193 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อซื้อคืนหุ้น STRC ขณะที่ซื้อ Bitcoin เพิ่มได้เพียง 267 เหรียญ Butterfill กล่าว บริษัทยังปรับเพิ่มวงเงินอนุมัติซื้อคืนหุ้นบุริมสิทธิเป็น 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Mark Palmer จาก StoneX กล่าวว่า หุ้นบุริมสิทธิถาวรได้เปิดทางให้นักลงทุนสายรายได้เข้าถึง Bitcoin ได้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ ETF ไม่เคยเข้าถึง ปัจจุบันหุ้นบุริมสิทธิของ Strategy ซื้อขายอยู่ที่ราว 99.40 ดอลลาร์สหรัฐ
ที่มาที่ไปของเรื่องนี้
Strategy เป็นผู้บุกเบิกโมเดลนี้ด้วยการออกหุ้นบุริมสิทธิชุดแรกคือ STRK ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 นับจากนั้นบริษัทได้ออกหุ้นบุริมสิทธิมาแล้วถึง 5 ชุด จนกลายเป็นที่จับตาของนักวิเคราะห์ในฐานะตัวชี้วัดแนวโน้มของกลยุทธ์นี้ ด้าน Strive ก็ตามรอยด้วยการออกหุ้นบุริมสิทธิของตัวเองในชื่อ SATA โครงสร้างนี้อยู่กึ่งกลางระหว่างหนี้สินกับหุ้นสามัญ จ่ายปันผลสม่ำเสมอแต่ไม่มีสิทธิออกเสียง ทำให้บริษัทระดมเงินสดได้โดยไม่ต้องเจือจางอำนาจควบคุมหรือกำหนดวันชำระคืนที่ตายตัว ก่อนหน้านี้ กองทุน Bitcoin spot ETF เปิดตัวมาก่อนและดึงเงินไหลเข้าสุทธิไปแล้วราว 57,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือครองสินทรัพย์รวมประมาณ 106,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Butterfill กล่าว ส่วนหุ้นบุริมสิทธิกลายเป็นช่องทางคู่ขนานที่เข้าถึงนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทน ไม่ใช่การถือ Bitcoin โดยตรง
เหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญกับคุณ
สำหรับผู้ถือหุ้นของ Strategy และ Strive ภาระจ่ายปันผลที่เพิ่มขึ้นหมายถึงเงินสดสำหรับซื้อ Bitcoin ใหม่จะลดลง Alex Blume จาก Two Prime ตั้งข้อสังเกตว่า ราคาหุ้นบุริมสิทธิตอบสนองต่อการตัดสินใจของฝ่ายบริหารและสภาวะตลาดทุน ไม่ใช่แค่ราคา Bitcoin เพียงอย่างเดียว จึงเกิดความผันผวน ดังที่เห็นเมื่อ STRC ร่วงลงไปอยู่ในช่วง 70 ดอลลาร์สหรัฐปลายเดือนมิถุนายน Mark Palmer กล่าวว่า หากราคาซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ การออกหุ้นใหม่จะไม่น่าสนใจ ผลักดันให้บริษัทหันไปซื้อหุ้นคืนแทนการซื้อ Bitcoin สำหรับนักลงทุนที่เน้นผลตอบแทน เครื่องมือเหล่านี้มอบรายได้ที่อิงกับ Bitcoin โดยไม่ต้องถือครองสินทรัพย์โดยตรง ส่วนสำหรับตัว Bitcoin เอง ความต่อเนื่องของความต้องการจากบริษัทคลัง Bitcoin ขึ้นอยู่กับว่าช่องทางระดมทุนนี้จะยังแข็งแรงหรือไม่ เพราะหากความเชื่อมั่นอ่อนลง ก็อาจทำให้การซื้อชะลอตัวหรือกลับทิศได้ Butterfill กล่าว
คำถามใหญ่ที่รอคำตอบ
หากภาระจ่ายปันผลยังคงเติบโตเร็วกว่าการซื้อ Bitcoin บริษัทคลัง Bitcoin ที่พึ่งพาหุ้นบุริมสิทธิจะยังขยายปริมาณ Bitcoin ที่ถือครองต่อไปได้หรือไม่ หรือสุดท้ายการซื้อหุ้นคืนและการจ่ายปันผลจะมีน้ำหนักมากกว่าการซื้อเหรียญใหม่ คำตอบนี้จะเป็นตัวชี้ขาดว่าโมเดลระดมทุนนี้จะกลายเป็นแหล่งความต้องการ Bitcoin ที่ยั่งยืน หรือเป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราวที่ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นและราคาหุ้นที่ใกล้เคียงมูลค่าตราไว้
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป
นักวิเคราะห์จะจับตาว่าหุ้นบุริมสิทธิของ Strategy และ Strive จะยังคงซื้อขายใกล้มูลค่าตราไว้หรือไม่ ซึ่ง Mark Palmer ระบุว่าเป็นจุดชี้วัดว่าการออกหุ้นใหม่จะยังน่าสนใจอยู่หรือไม่ รายงานการซื้อ Bitcoin รายสัปดาห์ของ Strategy เช่นกรณีที่ซื้อได้เพียง 267 เหรียญ ขณะใช้เงิน 193 ล้านดอลลาร์สหรัฐซื้อคืนหุ้น STRC จะเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าภาระปันผลกำลังเบียดบังการซื้อ Bitcoin มากน้อยเพียงใด



